นี่คือมื้อแรกที่ได้กินร่วมกับผู้อื่นในเกม หลินเจาอินรู้สึกตื่นเต้นมาก ส่วนโจวซืออวิ๋นก็ตั้งใจทำสุดฝีมือ
เพื่อฉลองที่ได้พบสหายคนแรกที่ไว้ใจได้ โจวซืออวิ๋นได้รับอนุญาตจากหลินเจาอินแล้วว่าจะทำอาหารมื้อใหญ่ในวันนี้
ที่พักพิงเดิมของโจวซืออวิ๋นก็มีเตาไฟสำหรับทำอาหารอยู่แล้ว เช่นนี้จึงสามารถหุงข้าวและทำกับข้าวไปพร้อมกัน ไม่ต้องกังวลว่าอาหารจะเย็น
หลังจากเช็ควัตถุดิบเรียบร้อย โจวซืออวิ๋นก็ตั้งใจจะทำซุปทะเล ผัดกุยช่าย และแพตตี้เนื้อ โจวซืออวิ๋นมีมีดปอกตังหนึ่งเล่ม จึงสับเนื้อได้ค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องใช้กริชเล่มน้อยค่อย ๆ เฉือนเหมือนที่หลินเจาอินเคยทำเมื่อก่อนหน้านี้
บังเอิญว่าเนื้อนกเกล็ดครามมันมาก สามารถร่อนเอาน้ำมันออกมาได้ พอทอดแพตตี้เนื้อเสร็จแล้วก็เอาน้ำมันที่ได้มาผัดกุยช่ายได้พอดิบพอดี
หลินเจาอินไม่เคยคิดเลยว่าในเกมเฮงซวยนี้จะยังมีโอกาสได้กินอาหารครบหนึ่งเนื้อหนึ่งผักหนึ่งซุปหนึ่งข้าว พออาหารเข้าปาก นางซาบซึ้งใจแทบจะร้องไห้
"เสี่ยวซือ ฝีมือทำอาหารของเธอนี่ยอดมากเลยนะ!"
มือที่คีบอาหารของโจวซืออวิ๋นชะงักไปชั่วขณะ "เมื่อก่อนที่บ้านเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่น่ะค่ะ พ่อกับแม่ฉันฝีมือทำอาหารยอดทั้งคู่ ฉันฝึกมาจากพวกท่านน่ะ"
หลินเจาอินสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของโจวซืออวิ๋นผิดปกติไป เรื่องน่าภาคภูมิใจและดีใจเช่นนี้ ทำไมจึงแสดงสีหน้าเช่นนั้น? "พ่อแม่ของเธอ…ก็เขามาในเกมด้วยหรือ?"
โจวซืออวิ๋นส่ายหน้า "ไม่ค่ะ พวกท่านไม่ได้เข้ามา…พวกท่านไม่มีโอกาสได้เข้ามา…"
หลินเจาอินไม่ถามอะไรอีก เดิมทีนางยังคิดว่าเป็นเพราะพ่อแม่ของโจวซืออวิ๋นเอาชีวิตไม่รอดในเกม แต่ตอนนี้ดูแล้ว เกรงว่าคงจะตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วกระมัง…
