หมอต่างชาติตอบว่า “ผมเคยรักษาผู้ป่วยเจ้าชายนิทรามามาก สภาพคล้ายกับเธอ ถ้าพวกคุณทำตามที่ผมบอก มีโอกาสสูงมากที่เธอจะฟื้น”
พ่อแม่เซี่ยซานสบตากัน ประกายแห่งความหวังลุกโชนขึ้นอีกครั้งในดวงตา
เย่อู๋ซวงยืนมองอยู่ข้าง ๆ ไม่เอ่ยความคิดเห็นใด ๆ
การแพทย์ของมนุษย์เป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนมาก เธอถนัดด้านศัลยศาสตร์หัวใจ แต่ไม่เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา
ครึ่งเดือนต่อมา
เซี่ยซานเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษา
นอกจากการรักษาด้วยยาและอุปกรณ์แล้ว หมอยังให้พ่อแม่และเพื่อน ๆ ของเซี่ยซานพูดคุยกับเธอให้มาก ๆ อีกด้วย
เย่อู๋ซวงเมื่อมีเวลาว่าง ก็จะมาเยี่ยมเซี่ยซานที่โรงพยาบาล
บ่ายวันนี้ เธอถือช่อดอกไวโอเล็ตวางไว้บนตู้ หยิบหนังสือมานั่งที่ข้างเตียง อ่านให้เซี่ยซานฟัง
พลิกไปได้ครึ่งเล่ม เธอนึกถึงเรื่องที่พบเห็นระหว่างทาง เงยหน้าขึ้นเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยนว่า
“ร้านหม้อไฟที่เธอชวนพวกเราไปครั้งก่อน ได้ยินว่าเธอชอบหม้อไฟที่นั่นมาก ทางร้านออกประกาศว่าจะให้สิทธิพิเศษแก่ครอบครัวเธอสามคนกินฟรีตลอดชีวิต ต่อไปเธออยากกินเท่าไหร่ก็ได้เลย”
เพราะงั้น… รีบฟื้นขึ้นมาเถอะนะ
เย่อู๋ซวงก้มหน้าลงอีกครั้ง กำลังจะพลิกหน้า ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงอ่อนแรงดังขึ้นว่า
“จริงเหรอคะ”
-
เซี่ยซานฟื้นขึ้นแล้ว
เธอบอกติดตลกว่า เรียกว่านี่คือจิตวิญญาณของนักกินที่ไม่มีวันดับสูญ
เมื่อได้ยินสภาพของวังไห่หยางตอนนี้ เธอตาแดงก่ำ หันไปมองเย่อู๋ซวง “พี่ซวง เราไปฟ้องวังไห่หยางกันเถอะ”
วังไห่หยางต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ค่าชดเชยที่เธอสมควรได้รับ ก็จะต้องเอามาให้ได้เช่นกัน
“ไม่ใช่แค่ฉัน” เซี่ยซานกำผ้าปูที่นอนพลางพูด “แต่รวมถึงผู้เสียหายทุกคนด้วย”
