วันที่ 28 เดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ การผ่าตัดของท่านผู้เฒ่าเจียงประสบความสำเร็จ พ้นระยะอันตรายแล้ว
เจียงสี่จูได้พบชีอินในห้องพักผู้ป่วย อีกฝ่ายสวมเสื้อโค้ตขนสัตว์สีขาว
หมวกกับถุงมือก็ทำจากขนสัตว์สีขาวเช่นกัน ยังคงดูหรูหรามีฐานะเหมือนเช่นเคย
ชีอินหิ้วของพะรุงพะรังมาด้วย
ด้านหลังมีเด็กชายอ้วนจ้ำม่ำคนหนึ่งเดินตามมา เขาสวมเสื้อขนมิงก์สีม่วงและหมวกทรงกลมขนมิงก์แบบเดียวกัน
พอเข้ามาในห้อง ชีอินก็เอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“จูจู ขอโทษจริง ๆ นะ ฉันไปทำงานต่างเมือง เพิ่งกลับมาเมื่อวาน พอเห็นจดหมายของเธอก็รีบมาหาทันที”
เมื่อวานพอกลับมาแล้วรู้ว่าเฉินเต๋อซ่านไม่ได้มาเยี่ยมคุณปู่ของจูจู เธอก็ทะเลาะกับเขาไปยกหนึ่งแล้ว
เสียมารยาทเกินไปจริง ๆ
อ้างว่างานยุ่ง เธอไม่เชื่อหรอกว่ายุ่งจนปลีกเวลาสักสิบนาทีไม่ได้ อย่างน้อยส่งทหารยามมาสักคนก็ยังดี จะได้ไม่ทำให้เรื่องดูน่าเกลียดขนาดนี้
เธอเองก็รู้สึกละอายใจ
เจียงสี่จูฝืนยิ้ม รับของที่ชีอินหิ้วมาให้ อากาศหนาวขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายยังหาซื้อแอปเปิลกับส้มสด ๆ มาได้ ดูออกว่าตั้งใจไม่น้อย
น่าเสียดาย ชาตินี้เธอคงไม่มีวาสนาได้แม่สามีดี ๆ แบบนี้แล้ว
“พ่อคะ นี่คือชีอิน แม่ของเฉินชิงซาน”
ไม่ว่าในใจเธอจะคิดอย่างไร และคนตระกูลเฉินปฏิบัติต่อเธออย่างไร เรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นต้องให้คนในครอบครัวรู้ก่อนปีใหม่
คุณปู่เพิ่งพ้นระยะอันตรายเท่านั้น
แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหลู่ก็ยังช่วยปิดบังเรื่องที่เธอกับเฉินชิงซานจดทะเบียนหย่ากันแล้ว โดยไม่ต้องนัดหมาย
เจียงเป่ากัวมองเสื้อผ้าสีขาวสะอาดตาของอีกฝ่าย กับเด็กชายอ้วนจ้ำม่ำที่ตามอยู่ด้านหลัง ซึ่งสวมเสื้อบุขนสัตว์ชั้นดี
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าฐานะของตระกูลเฉินดีกว่าบ้านเขามากจริง ๆ
ไม่แปลกที่พวกเขาจะรังแกจูจู
เขายิ้มอย่างเก้อเขิน ลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ผมเป็นพ่อของจูจู เจียงเป่ากัวครับ”
