ฟังสาว ๆ บนเวทีคุยเรื่อยเปื่อยกับชาวบ้านใต้เวทีไม่หยุด
เดี๋ยวก็คุยเรื่องวิธีทำให้ผิวพรรณของผู้หญิงดีขึ้น
เดี๋ยวก็คุยเรื่องวิธีเย็บปลอกแขนกันแดดที่ช่วยประหยัดผ้า แถมยังใช้สะดวก
เหล่าผู้นำที่นั่งแถวหน้าสุดต่างสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนกัน
บางคนฟังอย่างออกรส จดบันทึกอย่างรวดเร็ว
บางคนกลับมีสีหน้าเบื่อหน่าย
ชายคนหนึ่งในเสื้อจงซานฟูสีดำเอ่ยกับเฉินซูหย่าที่นั่งข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
“เลขาพรรคเฉิน ได้ยินมาว่าผู้หญิงบนเวทีเป็นหลานสะใภ้ของคุณนะ”
เฉินซูหย่ามองหวังลี่ฉวิน เจ้าหน้าที่สหพันธ์สตรีในเมืองที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“เจ้าหน้าที่หวัง ทุกเดือนที่สหพันธ์สตรีของคุณจัดประชุมประชาสัมพันธ์ มีคนมาร่วมกี่คน”
สีหน้าชายวัยกลางคนชะงักไป
รอยเยาะเย้ยบนใบหน้ายิ่งชัดเจนขึ้น
ทำเป็นไม่เห็นแก่ตัว ที่แท้ก็ร่วมมือกับหลานสะใภ้ของตัวเอง ทำเรื่องส่วนตัวปะปนกับงานส่วนรวมแบบนี้นี่เอง
“สหพันธ์สตรีในเมืองของเราไม่มีนักแสดงสาวสวยขนาดนี้มาขึ้นพูด ย่อมดึงดูดคนได้ไม่มากเท่านี้
แต่ทุกคนที่มาร่วมต่างตั้งใจเรียนกฎหมายสมรสกับพวกเราจริง ๆ
ไม่ได้มาเรียนเรื่องตัดเย็บเสื้อผ้า ทำตัวให้สวย หรือแนวคิดฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยแบบนี้”
การประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน
เพราะหนังสือภาพของเจียงสี่จู เขาจึงถูกหัวหน้าตำหนิอย่างหนัก
ว่าเขาทำงานแบบขอไปที ไม่คิดพัฒนาตัวเอง ไม่รู้จักปรับปรุงงาน
คราวนี้เลยถูกสั่งให้ลงมาศึกษาวิธีจัดประชุมประชาสัมพันธ์จากหัวหน้าหลี่แห่งย่านเอ้อร์หลี่ตู้
เดิมทีก็หงุดหงิดอยู่แล้ว
พอมาถึงชานเมืองที่กันดารขนาดนี้ ก็ต้องมาฟังสาวน้อยหน้าตาพอใช้คนหนึ่งพูดเรื่องไร้สาระ
แล้วยังมาเจอเลขาพรรคเฉินที่สนับสนุนหนังสือภาพของเจียงสี่จูอย่างเต็มที่อีก ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
เดิมทีสหพันธ์สตรีของพวกเขาก็มีหนังสือประชาสัมพันธ์ของตัวเอง
