หลังอาหารกลางวัน เฉินชิงซานเห็นว่ายังมีเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเข้างาน
เขาจึงให้เธอเข้าห้องไปงีบสักพัก บอกว่าตอนเขาจะไปจะปลุกเธอเอง
เจียงสี่จูง่วงจนทนไม่ไหว ไม่ได้เกรงใจอะไร
กลับเข้าห้องนอนไป หลับเป็นตายในพริบตา
ส่วนเฉินชิงซานก็ไม่ได้อยู่เฉย คว้าไม้กวาดในบ้านขึ้นมากวาดฝุ่นและใยแมงมุมตามผนังห้องนั่งเล่นจนทั่ว
จากนั้นก็ตักน้ำมาเช็ดเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่งซื้อใหม่สองรอบ กระทั่งกระจกกั้นระหว่างครัวกับห้องนั่งเล่นก็เช็ดด้วย
แต่กระจกบานนั้นเก่ามากแล้ว กรอบไม้ก็เริ่มผุ ต่อให้เช็ดยังไงก็ยังดูเก่า
เช็ดเสร็จก็กวาดพื้นจนสะอาด
ปูอิฐแดงแล้ว บ้านดูสะอาดขึ้นเยอะ ต่อไปเขานอนกับพื้นก็ไม่ต้องกลัวความชื้นแล้ว
ที่จริงใจของเขาก็เริ่มโอนเอนบ้างแล้ว
ถ้าเจียงสี่จูเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ได้ ลองใช้ชีวิตด้วยกันกับเธอดูก็ไม่เลว ระหว่างใช้ชีวิตด้วยกันก็หาให้เธอมีงานทำ หรือไม่ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้
หากวันข้างหน้าทางบ้านไม่ยอมรับจริง ๆ ถึงขั้นใช้ไม้แข็ง
เจียงสี่จูก็จะได้ไม่ไร้ที่ไป
ถ้าทางบ้านแค่ทุบตีเขา ตัดเงิน หรือไม่ให้เขากลับเมืองหลวงก็ยังพอว่า ชีวิตลำบากเขาก็ชินแล้ว แค่นั้นเอง ไม่ได้ทุกข์ยากอย่างที่คิดเลย
แค่กลัวว่าพวกเขาจะทำให้ตัวตน ‘เฉินชิงซาน’ สูญสิ้นไป
เพราะคนที่จดทะเบียนสมรสกับเจียงสี่จูคือเฉินชิงซาน ไม่ใช่เฉินชิงเหอ
แค่คำว่า เฉินชิงซานเสียชีวิตในสนามรบ หรือ สูญหาย ก็ทำให้โลกนี้ไม่มีคนที่ชื่อเฉินชิงซานอีกต่อไปได้แล้ว
