นางหิ้วกระเป๋าลงจากรถ ตำรวจรถไฟวัยกลางคนคนหนึ่งก็รีบเข้ามาช่วยถือสัมภาระทันที
“หลายวันนี้ขอบคุณคุณมากจริง ๆ ช่วยลดภาระงานของพวกเราไปได้ไม่น้อย คุณทำงานอยู่ที่ไหนหรือ ผมเห็นว่าคุณก็เป็นคนเมืองซูเหมือนกัน สนใจมาทำงานที่กรมรถไฟกับพวกเราไหม”
เจียงสี่จูพลันยืดอกขึ้นมาทันที
ถึงได้บอกไงว่า ไม่ว่ายุคไหน ทักษะความสามารถก็เป็นพลังที่แท้จริง
ดูสิ แค่นั่งรถไฟก็กลายเป็นคนมีความสามารถได้แล้ว
ใบหน้าดำคล้ำของนางมีรอยยิ้มบาง ๆ ดูเป็นมิตรอย่างยิ่ง ก่อนจะตอบว่า
“ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านป่วย ฉันเลยกลับมาดูแลท่าน ตอนนี้ยังไม่มีแผนจะหางานทำค่ะ”
ตำรวจรถไฟวัยกลางคนมีสีหน้าเสียดายขึ้นมาทันที แต่ก็ยังหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนเตรียมไว้ล่วงหน้าออกจากกระเป๋า แล้วยื่นให้
“นี่เบอร์โทรที่ทำงานของผม ถ้าช่วงนี้คุณกำลังหางานก็ติดต่อมาได้ทุกเมื่อ ผมช่วยเขียนหนังสือแนะนำให้ได้ หรือถ้าคุณจะนั่งรถไฟขบวนนี้ ผมก็ช่วยจัดที่นั่งให้ได้เหมือนกัน”
ช่วงนี้ผู้โดยสารรถไฟขบวนของพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงกำลังรับสมัครพนักงานประจำขบวนอยู่พอดี
เขาเห็นว่าสหายหญิงคนนี้เหมาะมาก
แค่สามวันก็ช่วยจับกุ๊ยฉกของให้พวกเขาได้ถึงเจ็ดคน
ไม่ผิดสักคน
แสดงว่าช่างสังเกตมาก
แถมยังปลอมตัวเก่งอีกด้วย ถ้าไม่สังเกตดูอยู่หลายรอบ เขาคงมองไม่ออกว่าที่ใบหน้านางทาไว้นั่นเป็นเขม่าควัน ดำได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก
แม้แต่หลังใบหูก็ยังทาเขม่าไว้ชั้นหนึ่ง
ตรงนั้นเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่มักลืมทาเวลาเอาเขม่าควันมาป้ายหน้า
นั่งรถไฟคนเดียว ใจกล้าไม่เบา
ที่สำคัญที่สุดคือภาพเหมือนที่วาดออกมาเหมือนตัวจริงอย่างกับแกะ
บนรถไฟทั้งเบียดทั้งโคลงเคลง ยังวาดภาพคนออกมาได้เหมือนจริงทุกกระเบียดนิ้ว
