“เธอไม่ต้องออกหน้า ฉันจัดการเอง เชื่อฉันนะเสวี่ยอิง”
หลิวเหวินฮั่นลูบศีรษะภรรยาเบา ๆ ก่อนโอบเอวเธอเดินเข้าไปในเรือนกลาง
เจียงสี่จูก็แค่หม้อข้าวสวยสวยแต่ไร้สมอง หลอกง่ายจะตาย
วันนี้ที่เธอบุกมาอาละวาดแบบนี้ เหตุผลแท้จริงก็คือตอนซักเสื้อให้เขาเมื่อเช้า เห็นคราบบนผ้าปูที่นอน เลยรู้ว่าเขากับเสวี่ยอิงเลยเถิดถึงขั้นมีสัมพันธ์กันแล้ว
เดิมทีก็แค่อยากหาเรื่อง แต่ดันทำตัวเองเจ็บอีก พอโมโหก็เลยอาละวาด
ถึงได้บ้าบอจะตัดขาดกับเขาอย่างนั้น
เขามีวิธีง้อม่าย ๆ ตั้งเยอะ
ไม่ใช่แค่ง้อติด แต่ยังทำให้เจียงสี่จูยอมออกหน้ารับกับทุกคนว่าสิ่งที่พูดวันนี้ล้วนเป็นคำบ้าเพ้อเจ้อ
แต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็รกหูรกตาอยู่ดี
ต้องรีบหลอกให้เจียงสี่จูหย่ากับเฉินชิงซานให้ได้ แล้วเสบียงกับทะเบียนบ้านของเจียงสี่จูก็จะไม่มีที่ลง สุดท้ายก็ต้องกลับบ้านเกิดไปเอง
เฉินชิงซานคือคนเดียวในกองทัพเขตทหารที่จบจากมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศ
พอเรียนจบตอนสิบเก้าก็มาประจำการที่เตียนหนาน
ครบสามปีแล้ววันนี้
ในประวัติเขียนว่าพ่อแม่เป็นลูกจ้างประจำโรงฆ่าสัตว์ในนครหลวง
ตอนนี้ยศสูงกว่าเขาครึ่งขั้น เป็นผู้กอง
ดูจากนิสัยแย่ ๆ และคุณสมบัติส่วนตัวแล้ว ถ้าสตรีร้ายกาจอย่างเจียงสี่จูยอมหย่าให้เอง เขาคงดีใจแทบกระโดด
ทันทีที่เจียงสี่จูกลับบ้านเกิดไป เรื่องนี้ก็จะค่อย ๆ ซาลง
เขาก็จะเปลี่ยนจากคนอกตัญญูเป็นเหยื่อของเจียงสี่จูที่มักมากในกามคุณ
เพราะเรื่องนี้ เขาจึงยอมรับปากพ่อตา แต่งเข้าบ้านโจว
ลูกที่เกิดในภายภาคหน้าต้องใช้นามสกุลโจวทั้งหมด
เขาทุ่มเทมาขนาดนี้แล้ว ไม่มีทางยอมให้เจียงสี่จูทำลายชีวิตสุขสบายของเขาเด็ดขาด
ส่วนตระกูลเจียงนั้น
เขาไม่เคยเห็นหัวเลยสักนิด
แค่พรรคเลขาหมู่บ้านบ้านนอกคนหนึ่ง ระยะทางนับพันลี้ จะยื่นมือยาวมาเชื่องกิจการในกองทัพได้ยังไง
เมื่อก่อนตอนเขายังอยู่หมู่บ้าน เจียงสี่จูอายุสิบสี่ มีการศึกษา ขาวสวยสะอาดสะอ้านจนเลื่องชื่อ และเป็นบุตรีคนเล็กสุดท้องที่ตระกูลเจียงทะนุถนอมราวอัญมณี
และยังยอมควักกระเป๋าส่งเสียให้เขามาเป็นทหาร แน่นอนว่าเขาไม่รีรอที่จะตกลงแต่งงาน
แต่ตอนนี้เขาผ่านสมรภูมิมามากมาย ลุยกองเลือดมาหลายยก
เขาอยากได้ภรรยาที่ส่งเสริมการงาน มีการศึกษา อ่อนโยน สวยงาม ให้เขาแลดูสง่ามีหน้ามีตา
เจียงสี่จูที่เป็นแค่ลูกสาวพรรคเลขาหมู่บ้าน ไม่คู่ควรกับเขาแล้ว
ถึงในมุมมองชายชาตรี เขาจะรู้สึกตะลึงไปกับเจียงสี่จูอยู่ชั่วครู่ แต่ความตะลึงระดับนั้น มันไม่ได้มีค่าอะไรเลย
ใต้ร่มไทรในเขตบ้านพักกองทัพ
พวกที่เพิ่งดูเรื่องสนุกเมื่อกี้ ถูกคนเพิ่งเลิกงานกลับมาห้อมล้อม
กำลังซุบซิบกันงึมงำ
“ฉันว่ารองกองพันหลิวดูไม่เหมือนผู้บริสุทธิ์เลยนะ เจียงสี่จูบอกว่าจะให้พ่อเธอมาจัดการกับรองกองพันหลิวเรื่องค่าเสียเวลาห้าปีนี่”
“หมายความว่ารองกองพันหลิวหมั้นกับเจียงสี่จูมาตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้วเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ตอนนั้นรองกองพันหลิวยังดูดีอยู่ แต่โจวเสวี่ยอิงนี่หน้าง้ำขึ้นมาเลยนะ หน้าซีดเป็นกระดาษในพริบตา
ปกติเวลาพูดก็ยิ้มแย้ม แต่วันนี้ตอนพวกเราเดินออกมา ฉันรู้สึกเลยว่าเธอโกรธจนจะยืนไม่อยู่แล้ว”
“ถ้าเป็นเรื่องจริง หลิวเหวินฮั่นนี่มันก็ไอ้เนรคุณตระกูลเฉินชิเหม่ยไม่ใช่หรือไง
รับเงินอุปถัมภ์เขา ให้คนอื่นดูแลปู่ให้ พอตัวเองก้าวหน้าแล้วก็หาคนมีเส้นสายในเมือง รังเกียจคู่หมั้นบ้านนอกซะงั้น”
“เรื่องแบบนี้โจ่งแจ้งจะตายไป ตั้งแต่สงครามปีห้าสิบแปดมา มีพลทหารเล็ก ๆ กี่คนได้เลื่อนขั้นแล้วมีอำนาจ ถึงได้ไปแต่งใหม่ในเมือง
ตอนปีหกสิบ เธอยังไม่อยู่ เธอคงไม่รู้ ตอนนั้นในค่ายทหารนี้ มีคนมาจากบ้านนอกตามหาญาติไม่น้อยเลยนะ
อย่างผู้กองกรมยี่สิบสี่เองยังมีภรรยาสองคนเลย...”
“คนนึงเป็นลูกผู้หมวด เป็นดาราสาวแสนอ่อนโยนสวยของคณะนาฏศิลป์
อีกคนเป็นสาวบ้านนอก แต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะทุกวัน อารมณ์ร้ายชอบด่าชาวบ้าน
ที่หลิวเหวินฮั่นเลือกโจวเสวี่ยอิง ก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผลหรอก”
“ถ้าที่เจียงสี่จูพูดเป็นเรื่องจริง บางทีเธอกับเฉินชิงซานอาจถูกคนใส่ร้ายก็ได้
ดูบ้านนั้นสิ รอบไหนที่เฉินชิงซานกลับมาจากภารกิจ ไม่ใช่บ้านแตกสาแหรกขาดกันล่ะ จะมองมุมไหนก็ไม่เห็นเหมือนคนสองคนจะย่องไปสานสัมพันธ์ลับ ๆ ในหอพักได้เลย”
“เฉินชิงซานไม่ได้กลับบ้านมาพักหนึ่งแล้วนะ”
“ไม่ใช่...”
หลิวชุ่ยผิงพูดพลางผงกคาง
คิดถึงที่เจียงสี่จูพูดวันนี้ สายตาเธอเลื่อนต่ำลงอย่างไม่ตั้งใจ
ชายร่างสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบห้า หน้าคล้ำ แบกกระเป๋าสะพายหลังผ้าใบกันน้ำสีเขียวทหาร เดินอาด ๆ เข้าบ้านด้านใน
ชายเสื้อเชิ้ตสีเขียวทหารปิดทับจุดนั้นไว้พอดี
มองไม่ออกนักว่าขนาดเท่าไร
โจวหงมองแววตาของหลิวชุ่ยผิงออก
เธออายุสามสิบกว่า ดัดผมเป็นลอนตามแฟชั่น ใส่ชุดกระโปรงสีแดงลายดอกไม้ ดูเปรี้ยวมาก
สามีของเธอเป็นผู้ชี้นำทางการเมืองกองร้อย ตอนนี้ก็ยิ้มอย่างมีลับนัย สะกิดศอกหลิวชุ่ยผิง
พลางหยอกล้อเบา ๆ ว่า
“เฉินชิงซานน่ะคล้ำไปหน่อย แต่ดูท่าทางก็ใช้ได้ดีนี่
มิน่าล่ะ เสี่ยวเจียงถึงได้มองบ้านของหลิวเหวินฮั่นแล้วพูดจาเสียดสีแบบนั้น แปดส่วนก็คงเห็นหรือคลำสัมผัสของหลิวเหวินฮั่นตอนอยู่ในหอพักเข้าน่ะ
ช่างไม่อายเสียจริง”
คนพวกนี้แต่งงานมาสิบยี่สิบปีแล้ว ทั้งเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่กัน เวลาคุยส่วนตัวก็ไม่เกี่ยงเรื่องสามหาว
แถมยังเปิดอกพูดเรื่องนั้นได้อย่างเป็นปกติ
“ยิ่งเป็นพวกแบบหลิวเหวินฮั่นนะ ยิ่งมีสิทธิ์ต้นไม้ใหญ่ห้อยพริกชี้ฟ้า
ส่วนไอ้นี่เฉินชิงซาน ดูตอนเขาเดินสิ กางเกงน่ะรัดแน่นเปรี๊ยะ คล้ำก็คล้ำไปหน่อย แต่จริง ๆ ก็หน้าตาใช้ได้นะ
ก็แค่... มอมแมมไปหน่อย เคราก็ไม่โกน ผมเป็นกระจุกหย่อม ๆ
เมื่อก่อนฉันเคยเห็นเขานะ ไม่ซกมกขนาดนี้ หรือว่าเจียงสี่จูเกาะเขาแน่นเกินไป จนเขากลัว เลยจงใจทำตัวแบบนี้”
“อันนี้ไม่แน่นะ ตาเฒ่าจางบ้านฉันน่ะ ทุกทีที่ไม่อยากทำเรื่องนั้น ก็ไม่ยอมอาบน้ำเด็ดขาด เพราะเขารู้ว่าฉันรังเกียจ”
“……”
ในถุงตาข่ายที่เฉินชิงซานถือ มีกล่องอาหารอยู่สองกล่อง
ถูกสายตาพวกแม่บ้านกลุ่มหนึ่งจ้องจนรู้สึกคันยิบ ๆ ไปทั้งตัว
ตอนไปลงพื้นที่ต่างอำเภอเขาก็เคยเห็นมานัก
พวกแม่บ้านที่มุงคุยกันนี่นะ เวลาซุบซิบปากจัดราวกับแช่ยาพิษ
คงโยงกับนโยบายส่งเสริมการมีบุตรของประเทศตอนนี้ เลยปล่อยเปิดอกเรื่องเฉพาะบางเรื่องเป็นพิเศษ
เขากับเจียงสี่จูยังไม่เคยนอนร่วมห้องกันด้วยซ้ำ เธอจะพูดเรื่องนั้นได้ยังไง
แต่สายตาพวกแม่บ้านนั่น จับจ้องผิดจุดเห็น ๆ
เขาก้าวเดินเข้าบ้านเร็วขึ้นอีก