เชิ่นจิงหนี่ทำได้เพียงอ้าปากอย่างว่าง่าย มือยันแผงอกของเขาไว้ พลางจูบตอบเขา
จูบลึกซึ้งเช่นนี้ดำเนินไปเพียงไม่กี่นาที เธอก็หายใจหอบถี่ หมดเรี่ยวแรงซบอยู่บนตัวเขาแล้วหอบเบา ๆ
ใต้ไอหมอก เชิ่นจิงหนี่เพิ่งเงยหน้าขึ้นก็เห็นรอยแผลเป็นตรงอกซ้ายของจ้าวจงหลาน
แผลเป็นอยู่ใกล้หัวใจ สีจางกว่าผิวบริเวณรอบ ๆ ยาวประมาณหนึ่งนิ้ว แม้จะผ่านมานานแล้ว แต่เมื่อมองดูก็ยังชวนให้ใจหายอยู่บ้าง
เธอยื่นมือไปแตะ ก่อนจะรีบชักนิ้วกลับ “แผลนี่คุณได้มายังไงคะ?”
จ้าวจงหลานหลุบตาลง น้ำเสียงเรียบเฉย “แผลจากกระสุนปืน”
เชิ่นจิงหนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่เพิ่งแตะรอยแผลนั้นหดงอเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
ที่แท้ก็เป็นแผลจากกระสุนปืน
เมื่อก่อนเขาเคยถูกลอบสังหารหรือ?
คนที่มีสถานะอย่างจ้าวจงหลาน ย่อมมีคนอยากเอาชีวิตได้ไม่ยาก
แม้ตอนนี้เขาจะมีอำนาจสูงส่ง แต่เส้นทางที่ผ่านมาคงไม่ง่ายเลย
“เจ็บไหมคะ?”
เชิ่นจิงหนี่ถามเสียงเบา
เสียงอ่อนหวานของเธอราวกับขนนก แฝงไออุ่นจากบ่อน้ำพุร้อน สะกิดหัวใจเขาแผ่วเบา
ช่างอบอุ่นเหลือเกิน
นาน ๆ ทีจ้าวจงหลานจะเกิดนึกอยากแกล้งเธอขึ้นมา ดวงตาลุ่มลึกค่อย ๆ เปิดขึ้น เขาแนบหน้าผากกับหน้าผากเนียนผ่องของเธอ แล้วเอ่ยกล่อมว่า “จูบพี่สักที เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว”
เสียงทุ้มอ่อนโยนของเขาค่อย ๆ โน้มน้าวเธอ ก่อนจะก้มลงจูบอย่างเชื่องช้า
อุณหภูมิภายในห้องค่อย ๆ สูงขึ้น
ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา เชิ่นจิงหนี่ก็ถูกบังคับให้พิงขอบบ่อ
ผิวน้ำในบ่อน้ำพุร้อนอุ่น ๆ พลิ้วไหวเป็นระลอกไม่หยุด
หยดน้ำจากบ่อน้ำพุร้อนไหลลงมาตามช่วงเอวและหน้าท้องของเขา ทิ้งรอยน้ำเซ็กซี่ไว้หลายสายบนผิวขาวเนียน
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่กลับถึงห้องนอน
เชิ่นจิงหนี่ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร้องไห้กระซิกพลางจะหนีออกไป
