กลับบ้านเหรอ?
จ้าวจงหลานสังเกตเห็นความหม่นหมองของเชิ่นจิงหนี่
ปลายนิ้วยาวเรียวเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอมองหน้าเขา
เขาขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาดำสนิทเจือความโกรธ น้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณกำลังงอนอะไร?”
งอนเหรอ?
เชิ่นจิงหนี่เงยหน้ามองเขา เปลวไฟในใจลุกพรึ่บขึ้นมา เธอเชิดคาง พูดอย่างฮึดฮัด “ใช่ ฉันกำลังงอนอยู่”
“ถ้าคุณจ้าวทนไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาสนใจผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างฉันหรอกค่ะ”
เธอลุกพรวดจากโซฟาอย่างไม่ยอมแพ้ เงยหน้าสูงจนพอจะข่มขวัญเขาได้บ้าง ก่อนจ้องเขากลับอย่างขุ่นเคือง
“หรือไม่ก็ให้คนส่งฉันกลับกรุงจิงไปเลยสิคะ”
เธอจะได้ประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินด้วย
ลูกแมวขี้งอนแสดงท่าทีแบบไม่สนอะไรแล้ว ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น ดื้อรั้นไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่น้อย
จ้าวจงหลานไม่อยากเปิดฉากทะเลาะกันโดยไร้ประโยชน์
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าเธอโกรธเรื่องอะไร
ใบหน้าหล่อเหลาที่มีโครงหน้าคมชัดถูกปกคลุมด้วยเมฆหม่น ปลายนิ้วที่หนีบคางเธอออกแรงมากขึ้น “ไม่ชอบของขวัญ หรือเมื่อคืนผมทำให้คุณไม่สุขสม?”
เขาพูดประโยคแบบนี้ออกมาด้วยใบหน้าเย็นชาไม่แยแสเรื่องกามารมณ์ได้ยังไงกัน?
พอนึกถึงเมื่อคืน ใบหูของเชิ่นจิงหนี่ก็ร้อนผ่าวขึ้นมา
สุขสมสิ ต้องสุขสมอยู่แล้ว
แถมยังสุขสมจนเกินไปด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้ที่ไหนกัน
ท่าทีวางอำนาจเมื่อครู่ลดฮวบลงไปครึ่งหนึ่งทันที เธอทำปากยื่น กัดฟันพูด “อย่าพูดถึงเมื่อคืนกับฉัน”
“ฉันแค่อยากกลับบ้าน ไม่อยากอยู่กับคุณ”
พูดจบเชิ่นจิงหนี่ก็หันหน้าหนี ไม่มองเขาอีก
พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น จ้าวจงหลานก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
ความอยากสูบบุหรี่พลอยกำเริบตามไปด้วย
