บทที่ 2 บัญชีเวลเต็มขั้น
ตอนเที่ยงตรง เฉิงเช่อไปเอาอาหารเดลิเวอรี่ที่เพิ่งมาส่ง แล้วนั่งลงหน้าโต๊ะคอม
เพราะเขาเพิ่งประกาศบทแจ้งหยุดอัปเดตไปหยก ๆ ฉะนั้นตอนนี้ตามคาดก็โดนบรรณาธิการระดมส่งข้อความถล่มไม่หยุด
มีดสังหาร: ท่านศูนย์ ผมขอร้องล่ะ รีบลบบทแจ้งนั้นเถอะ!
มีดสังหาร: ตอนนี้กระแสกำลังมาแรง คุณฉวยโอกาสต่อตอนสามของตำนานมังกรเลยไม่ดีเหรอ?
มีดสังหาร: แม้แต่แค่อัปเดตชื่อเรื่องกับบทนำก็ยังดี!
มองดูข้อความพวกนี้ เฉิงเช่อเกาหูตัวเอง
การลบบทแจ้งเป็นไปไม่ได้หรอก การพักผ่อนนี่ต้องพักแน่ ๆ
แต่กระแสที่ร้อนแรงขนาดนี้ ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็น่าเสียดายอยู่หรอก... เฉิงเช่อเข้าใจความคิดของเว็บไซต์และบรรณาธิการดี
เขาคิดนิดหน่อย แล้วเคาะนิ้วลงบนคีย์บอร์ด
เฉิงเช่อ: ตำนานมังกรภาคสามช่างมันเถอะ ปีหนึ่งอัปเดตไปกว่าห้าล้านตัวอักษร ล่อในโรงงานยังต้องได้พักเลย
เฉิงเช่อ: แต่พอผมนอนพักสักสองสามวันก่อน เดี๋ยวจะมาอัปเดตภาคก่อน
ข้อความส่งไปปุ๊บ ฝ่ายนั้นก็ตอบกลับทันที
มีดสังหาร: 111 อัปเดตจริงเหรอท่านศูนย์?
มีดสังหาร: ชื่ออะไร เนื้อหาเป็นไง กี่ตัวอักษร?
เฉิงเช่อ: ปีกแห่งความโศกา เรื่องราวในเนื้อเรื่องหลักเมื่อร้อยกว่าปีก่อน สี่ห้าหมื่นตัวอักษร\(^1\)แล้วกัน
ปีกแห่งความโศกาเป็นภาคก่อนของตำนานมังกรภาคสอง แม้จะมีเพียงไม่กี่หมื่นตัวอักษร แต่โครงเรื่อง การบรรยายตัวละคร กระทั่งฝีมือการเขียนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าภาคหนึ่ง ภาคสอง หรือแม้แต่ภาคสามแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้เฉิงเช่อไม่ได้เอามาลงไว้ พอดีตอนนี้ฉวยจังหวะที่ตำนานมังกรภาคสองจบแล้วขึ้นเทรนด์ทวิต เอามาเผยแพร่ตอนนี้ก็นับว่าเหมาะเจาะ
พอตอบคำถามบรรณาธิการมีดสังหารง่าย ๆ อีกสองสามข้อ สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยอมพอใจและหยุดส่งข้อความถล่มเฉิงเช่อสักที
โลกสงบแล้ว
เฉิงเช่อกดเปิดหน้าเวยป๋ออีกครั้ง กะว่าจะท่องต่ออีกหน่อย หาคลิปอะไรดูแก้เบื่อระหว่างกินข้าว
แต่ตอนนี้ เทรนด์ที่เกี่ยวกับตำนานมังกรภาคสองโดนเหตุการณ์ใหม่เบียดตกจากสิบอันดับแรกแล้ว
เฉิงเช่อก็ไม่ได้ผิดหวัง เพราะยังไงเทรนด์เวยป๋อก็อัปเดตตามเวลาจริง แถมยังเป็นพื้นที่ของวงการบันเทิง การที่ท่านเย่จะติดสิบอันดับแรกได้ทั้งเช้าก็นับว่ายากมากแล้ว
เรารอให้ตำนานมังกรภาคสามจบแล้วค่อยมาประลองกันใหม่!
เทรนด์ใหม่สองเทรนด์ที่ขึ้นมา มาจากวงการบันเทิงทั้งคู่ อันหนึ่งคือ:
#บันทึกพเนจรซีซั่นสี่ตามหาผู้ร่วมรายการมือสมัครเล่น#
บันทึกพเนจร... เฉิงเช่อไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับสี่คำนี้
ไม่ใช่แค่เพราะเมื่อเช้าท่านเย่เพิ่งเบียดข้อมูลที่เกี่ยวข้องของมันหลุดจากสิบอันดับแรกเทรนด์ แต่เพราะบันทึกพเนจรเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศช่วงไม่กี่ปีมานี้ด้วย
เฉิงเช่อไม่เคยดูรายการนี้แบบเต็ม ๆ แต่เคยผ่านตาคลิปตัดเยอะมากทางออนไลน์ ถือว่าพอรู้จักมุกฮิตบางอันดี
แต่ป้ายชื่อที่คนรู้จักรายการนี้มากที่สุดก็คือ "บันทึกหวั่นไหว"
ที่เป็นแบบนี้เพราะด้วยความเป็นวาไรตี้ท่องเที่ยวแนวสโลว์ไลฟ์ รายการสามซีซั่นก่อนหน้าได้สร้างคู่รักของจริงขึ้นมาซีซั่นละคู่
ในวงการบันเทิงแล้ว มองจากมุมใดมุมหนึ่ง นี่ถือเป็นปาฏิหาริย์เลยก็ว่าได้
"ตามหาผู้ร่วมรายการมือสมัครเล่น..." เฉิงเช่อลูบคาง
"ต้องเป็นกลยุทธ์การตลาดอะไรสักอย่างแน่" เขาวิจารณ์
ดังที่รู้กัน วงการบันเทิงคือบ่อหลากสี ของจริงของปลอมจริงจริงปลอมปลอมจนแยกไม่ออก
"ผู้ร่วมรายการมือสมัครเล่น" ไรนั่นคาดว่าก็เป็นแค่ตัวล่อ ตอนนั้นคนที่มาเข้ารายการก็คงเป็นเด็กปั้นของค่ายบันเทิงที่เตรียมจะดัน
พอได้เข้ารายการแล้ว ก็ "บังเอิญ" โชว์ความสามารถนิดหน่อย แล้วก็ซื้อเทรนด์ เพื่อส่งเขาเดบิวต์—พล็อตคลาสสิกของวงการบันเทิงแล้ว
...
ไถเทรนด์ต่อไปอีกพัก จอมือถือบนโต๊ะก็สว่างขึ้นมา
เฉิงเช่อหยิบมือถือขึ้นดู ข้อความใหม่ จากผู้ติดต่อ "คุณนายหลิน" แม่แท้ ๆ ของเขา
คุณนายหลิน: [คลิกข้ามไปหน้าลงทะเบียน]
คุณนายหลิน: เฉิงเช่อ ห้านาที กรอกแบบฟอร์มนี้ด้วย!
กรอกแบบฟอร์ม? เฉิงเช่อชะงัก
เฉิงเช่อ: แม่ นี่อะไรเหรอครับ?
คุณนายหลิน: แบบฟอร์มสมัครเข้ารายการบันทึกพเนจร เขาจะเลือกมือสมัครเล่นหนึ่งคนเป็นผู้ร่วมรายการ ขึ้นเทรนด์แล้วนะ ได้ยินเพื่อนหลายคนบอกว่าลงทะเบียนให้ลูกตัวเองแล้ว
คุณนายหลิน: ตอนนี้แม่ก็ลงทะเบียนให้ลูกแล้ว ลูกเอาแบบฟอร์มไปกรอกซะ
"...?" เฉิงเช่ออึ้งงัน
เมื่อกี้ยังบอกว่ารายการเขาเล่นกลการตลาดอยู่เลย ทำไมตอนนี้แม่แท้ ๆ มาหาเรื่องซะแล้ว?
แล้วก็สมัครวาไรตี้... ผมน่ะเหรอ?
เขาจะปฏิเสธทันทีตามจิตใต้สำนึก
เฉิงเช่อ: แม่ครับ รายการวาไรตี้เขาไม่มีทางหามือสมัครเล่นจริง ๆ หรอก แม่ไปร่วมสนุกทำไมครับ
คุณนายหลินตอบเร็วมาก
คุณนายหลิน: หยุดพูดมาก ไหนบอกให้กรอกก็กรอก ยังไงก็ไม่เสียหาย
คุณนายหลิน: แล้วตอนนั้นลูกสอบเข้าวิทยาลัยดนตรี ก็เพราะอยากเข้าวงการบันเทิงไม่ใช่เหรอ? คุณสมบัติลูกก็ไม่ได้แย่ทุกด้านเลยนะ บางทีอาจมีคนถูกใจเข้าก็ได้?
เฉิงเช่อ: ...ได้ครับ
รู้ไหม ในโลกของตำนานมังกรนั้นลำดับขั้นเข้มงวดมาก ต่อหน้ามังกรรุ่นแรกผู้ยิ่งใหญ่ มนุษย์ครึ่งมังกรที่อ่อนแอแม้แต่จะยืนก็ยังทำไม่ได้
ทำนองเดียวกัน ในบ้านของเฉิงเช่อก็เข้มงวดมากเช่นกัน ต่อหน้าคุณนายหลินผู้ยิ่งใหญ่ เฉิงเช่อผู้อ่อนแอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเถียง
กรอกก็กรอก ยังไงก็ไม่ถูกเลือกอยู่ดี ถือว่าทำให้ท่านผู้เฒ่าสบายใจแล้วกัน
ด้วยความคิดแบบนี้ เฉิงเช่อจึงกดลิงก์สมัครนั้น
หน้าออกแบบมาเป็นทางการมาก ข้อควรระวังต่าง ๆ คำยกเว้นความรับผิด และข้อตกลงการรักษาความลับครบถ้วน ดูไม่น่าหลอกลวง
เนื้อหาที่ต้องกรอกประกอบด้วยชื่อ-นามสกุลพื้นฐาน อายุ ที่อยู่ติดต่อ การศึกษา อาชีพ ฯลฯ
แต่นอกเหนือจากนี้ ยังมีตัวเลือกที่ชวนให้ทั้งขำทั้งร้องไห้: [คะแนนหน้าตา]、[ทรงผมประจำวัน]、[มีกล้ามท้อง/กล้ามข้างลำตัว]...
"นี่เลือกผู้ร่วมรายการหรือเลือกสนมกันเนี่ย..." เฉิงเช่อนินทาในใจ แล้วคลิกกรอกไม่กี่ทีก็เสร็จ ส่งแบบฟอร์มให้คุณนายหลิน
...
อีกด้านหนึ่ง คุณนายหลินได้รับข้อความจากลูกชาย ก็กดเปิดลิงก์:
[ชื่อ: เฉิงเช่อ]
[อายุ: 23]
...
[การศึกษา: ปริญญาตรี]
[อาชีพ: นักเขียนนิยายออนไลน์]
...
[คะแนนหน้าตา: ก็หล่อนะ]
...
[ความสามารถพิเศษ: เล่ามุกแป้กพอได้ไหม]
หลังจากอ่านทบทวนดูจนจบรอบหนึ่ง คุณนายหลินไม่พอใจอย่างมาก
"ไอ้ลูกชายนี่รู้จักแต่ขอไปที นิสัยแบบนี้จะถูกใครเลือกได้ยังไงกัน..."
เฮ้อ ให้แม่เป็นห่วงจริง ๆ เลย
ดังนั้นคุณนายหลินจึงเริ่มแก้ไขแบบฟอร์ม—
[ชื่อ: เฉิงเช่อ]
[อายุ: 23]
...
[การศึกษา: วิทยาลัยดนตรีโมหตู ภาควิชาการประพันธ์เพลงและทฤษฎีเทคนิคการประพันธ์ ระดับปริญญาตรี นักศึกษาดีเด่น]
[อาชีพ: นักเขียนระดับแบล็คโกลด์แห่งฉีเตี่ยนจงเหวิน นามปากกา "หมายเลขศูนย์" (ผลงานตัวแทน ตำนานมังกร เคยขึ้นสิบอันดับแรกเทรนด์)]
...
[คะแนนหน้าตา: 100 คะแนน ไม่แพ้นักแสดงชายบางคน สามารถตรวจสอบได้]
(แนบรูปถ่ายหนึ่งรูป ผู้ชายในรูปหน้าตาคมคาย อาบแสงแดด มุมปากมีรอยยิ้มจาง ๆ คล้ายมีคล้ายไม่มี)
[ความสามารถพิเศษ: เชี่ยวชาญเปียโน กีต้าร์ ซอสองสาย...]
ไม่กี่นาทีต่อมา คุณนายหลินแก้ไขเสร็จ มองแบบฟอร์มสมัครที่เปลี่ยนโฉมใหม่หมดจดแล้วพยักหน้าพอใจ
ถูกต้องแล้ว!
ลูกฉันมีพรสวรรค์ก็พรสวรรค์ มีหน้าตาก็หน้าตา มีกระแสก็เคยขึ้นสิบอันดับแรกเทรนด์!
ไม่เชื่อว่าทีมงานรายการเธอจะห้ามใจไม่หวั่นไหวได้!
...
...
หลังจากส่งแบบฟอร์มสมัครให้คุณนายหลินแล้ว เฉิงเช่อโยนมือถือไปบนเตียง ถอนหายใจยาว
เรื่องราวของตำนานมังกรพักไว้ช่วงหนึ่ง การโจมตีของบรรณาธิการก็หยุดไปชั่วคราว คุณนายหลินก็ไม่ได้ส่งข้อความมาอีก
จู่ ๆ ห้องก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงพัดลมเคสกับแอร์ ความรู้สึกว่างเปล่าแผ่ขยายในใจเฉิงเช่อ
เขานั่งเหม่อไปพักหนึ่ง ในหัวก็นึกถึงเรื่องที่เพิ่งกรอกแบบฟอร์มสมัครเมื่อกี้ขึ้นมาไร้สาเหตุ ใจเต้นตึกตัก
ที่จริงคุณนายหลินก็พูดไม่ผิด เจ้าของร่างคนก่อนในฐานะนักศึกษาดีเด่นของวิทยาลัยดนตรีโมหตู ย่อมต้องมีความฝันในการเข้าวงการบันเทิง
เพียงแต่น่าเสียดาย เขาเพิ่งเรียนจบได้ไม่นานก็เสียชีวิตเพราะเขียนงานตลอดคืน ดอกไม้แห่งความฝันยังไม่ทันผลิบานก็เฉี่ยวแห้งไปเสียแล้ว
ส่วนตัวเองตอนนั้นเพราะเพิ่งข้ามภพมา เพื่อหาเงินจ่ายค่าเช่าให้เร็วที่สุดจึงเลือกคัดลอกนิยายออนไลน์ และคัดลอกมาเป็นปี จนมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย
"ทีหลังลองช่วยเขาทำฝันให้เป็นจริงดีไหม?"
บางทีอาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากร่างเดิม ในหัวของเฉิงเช่อจึงผุดความคิดนี้ขึ้นมาเอง
สายตาเขาลอยไปที่มุมห้องนอน—กระเป๋ากีต้าร์ใบหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น บนนั้นฝุ่นจับหนาจนแทบจะวาดภาพทรายได้
เฉิงเช่อลุกเดินเข้าไป เปิดกระเป๋ากีต้าร์ หยิบกีต้าร์โปร่งตัวนั้นที่เจ้าของร่างคนก่อนใช้สมัยเรียนออกมา
เพราะไม่ได้ใช้นานเกินไป สายกีต้าร์ก็ต้องเพี้ยนเป็นธรรมดา แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเฉิงเช่อ—เจ้าของร่างคนก่อนในฐานะนักศึกษาดีเด่นจากวิทยาลัยดนตรีโมหตู ไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญเครื่องดนตรีหลากชนิด แต่ยังมีสัมผัสเสียงที่แม่นยำสมบูรณ์แบบ
แค่การตั้งสายง่าย ๆ เขาก็ทำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วย
หลังจากตั้งสายเสร็จ เฉิงเช่อก็ดีดสายกีต้าร์เล่น โปรยปรายทำนองนำของเพลง "วันฟ้าใส"
แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องผ่านช่องว่างของมู่ลี่เข้ามา เสียงสายสดใสดังกระจายในห้อง
เฉิงเช่อฮัมตามสองสามประโยค มุมปากยกขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
"เล่นบัญชีเวลเต็มขั้นนี่มันส์ดีแฮะ..."
"แบบนี้ เรื่องทำฝันให้เป็นจริง ก็ไม่แน่ว่าจะเอามาคิดดูไม่ได้ซะแล้ว..."