สถานีรถไฟใต้ดินถนนตงซี
ปิงอิ๋งกับรุ่ยเอ๋อร์ได้ยินประกาศดังขึ้นข้างหู พอก้มมองแถบค่าประสบการณ์ของตัวเอง ก็พบว่าเพิ่งขึ้นมาได้แค่ครึ่งเดียว
ทั้งคู่ถึงกับอึ้ง
เมื่อครู่ทั้งสองยังหวังว่าจะคว้าอันดับหนึ่งบนบอร์ดเลเวลได้ ทำให้ชื่อกิลด์เหมียวเหมียวเลื่องลือไปทั่วเขตสงคราม
แต่กลับถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไปแล้ว?
ทั้งคู่ต่างมีพรสวรรค์สายต่อสู้ระดับ S ที่หายากสุด ๆ ทั้งยังซื้ออุปกรณ์ชั้นดีจากพ่อค้าลึกลับ ฝีมือก็จัดว่าอยู่แถวหน้าอย่างแท้จริง
“หมอนี่มันโรคจิตชัด ๆ หรือจะมีวิธีโกงจริง ๆ กันแน่” รุ่ยเอ๋อร์โมโหจนเจ็บหน้าอก
แต่ปิงอิ๋งกลับมีสีหน้าสงบนิ่ง พลางครุ่นคิด “เธอจำได้ไหมว่าเมื่อครึ่งปีก่อนมีสตรีมเมอร์สวมหน้ากากคนหนึ่ง ที่กวาดล้างรายชื่อบนบอร์ดสังหารมหานครไปทั้งบอร์ดด้วยตัวคนเดียว”
รุ่ยเอ๋อร์ชะงักไป “เธอหมายถึงคนที่พลิกสถานการณ์จากการสู้หนึ่งต่อสิบเจ็ด ถูกหลายกิลด์ร่วมมือกันล้อมปราบ แต่กลับเหยียบเหล่านักล่าสังหารขึ้นไปคว้าอันดับหนึ่งในแดนมืดได้งั้นเหรอ มรณะประกาศน่ะ?”
ปิงอิ๋งพยักหน้า ประกายวาววับฉายผ่านดวงตา
“ต้องเป็นเขาแน่ เขามาแล้ว”
แต่ปิงอิ๋งก็คือปิงอิ๋ง เธอสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อประคองสติให้มั่นคง ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม
“ไม่จำเป็นต้องยกย่องคนอื่นแล้วกดตัวเองหรอก การนำอยู่ชั่วคราวไม่ได้หมายความว่าอะไร ขอแค่คนของกิลด์เหมียวเหมียวรวมตัวกัน เราก็ตามทันแน่”
“ยิ่งไปกว่านั้น เรายังมีไพ่ตายอยู่ — พ่อค้าลึกลับ!”
“เขาคือไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา ขอแค่รักษาความสัมพันธ์กับเขาให้ดี ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาวุธกับอุปกรณ์ แถมยังอาจซื้อทักษะ พรสวรรค์ หรือแม้แต่แต้มสถานะอิสระได้ด้วย!”
“ปิงอิ๋ง เธอพูดถูก” พอคิดถึงเรื่องนี้ รุ่ยเอ๋อร์ก็กลับมามีไฟอีกครั้ง
ประกาศที่ดังขึ้นกระตุ้นเหล่าผู้เล่นในเขตสงครามฮั่นไห่ ซึ่งแต่เดิมยังลังเลไม่กล้าออกล่า จนพวกเขาอิจฉาตาร้อนและรีบรวมทีมออกไปล้อมปราบหนอนกินศพ
