เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และของอื่น ๆ ที่เอาไปจำนำได้ ล้วนถูกนำไปจำนำหมดแล้ว แม้แต่ชามจานในครัวก็เหลือไว้เพียงเท่าที่จำเป็นต้องใช้ เดิมทีตอนเที่ยงเธอยังคิดจะผัดผักเพิ่มอีกสักสองจาน แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกล้มไป เพราะหาจานมาใส่ไม่ได้
ในตู้เย็นของเธอมีชามแก้วฝาปิดสนิทสำหรับใส่อาหารที่ปรุงเสร็จแล้วอยู่ก็จริง แต่ถ้าเอาออกมาใช้ อย่างแรกคือกลัวจะทำให้เด็กทั้งสามตกใจ ที่สำคัญที่สุดคือเธอกังวลว่าแก้วจะแตกง่าย ถ้าทำตกจนแตกแล้ว อาหารจานนั้นที่ไม่มีภาชนะใส่ จะไม่ปรากฏขึ้นในตู้เย็นของเธออีกเลยหรือเปล่า?
ในบ้านที่ขาดแคลนทั้งข้าวของและอาหารเช่นนี้ เธอเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด
เพื่อความปลอดภัย เธอตัดสินใจว่าต่อไปทุกเช้าจะนำอาหารทั้งหมดออกมาจากตู้เย็นทีเดียว แล้วจัดแยกประเภทวางเรียงให้เรียบร้อย พอทำความสะอาดภาชนะเสร็จก็ค่อยนำกลับเข้าตู้เย็นให้หมด จะได้ลดโอกาสเกิดเรื่องไม่คาดฝันให้มากที่สุด
ดังนั้น ปัญหาเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ก็คือต้องหาภาชนะสำหรับเก็บวัตถุดิบมาให้ได้มาก ๆ
ส่วนของใช้จำเป็นอื่น ๆ ค่อยซื้อพร้อมกันตอนเข้าเมืองก็ได้
“ไม่ต้องซื้อครับ ของพวกนั้นน้องชายคนกลางเป็นคนสานทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ของใช้ที่ทำจากไม้ไผ่ โต๊ะ เก้าอี้ กะละมังไม้ ชามไม้ในบ้านก็เป็นฝีมือน้องชายคนกลางทั้งหมด” เล้งเทียนอธิบายให้พี่สะใภ้ฟัง
ตอนนั้นของที่เอาไปจำนำได้ก็ถูกนำไปแลกเงินที่โรงรับจำนำหมดแล้ว ส่วนของที่โรงรับจำนำไม่รับก็เอาไปแลกอาหารกับชาวบ้านในหมู่บ้าน หากน้องชายคนกลางไม่มีพรสวรรค์ด้านงานฝีมือ พวกเขาจะมีเงินเหลือไปซื้อโต๊ะเก้าอี้กับตะกร้าไม้ไผ่ได้อย่างไร
เมื่อไม่หวาดกลัวแล้ว เขาก็ก้าวเข้าไปอีกสองสามก้าว แล้วก้มมองอาหารสารพัดชนิดที่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบบนผ้าฝ้ายบนพื้นอย่างละเอียด
