แปลก
แปลกนะ
แปลกมากเลย
เวินหน่วนหน่วนเปิดตู้เย็น มองดูไข่สองแถวที่เรียงกันเต็มชั้นบนสุดของประตูตู้เย็น แล้วจมดิ่งสู่ภวังค์ครุ่นคิด
พร้อมกับความสงสัยในตัวเองอย่างแรงกล้า และความพยายามนึกย้อนกลับไป
เมื่อเช้าวานนี้ เธอใช้ไข่ไปสองฟองสำหรับข้าวผัดหยางโจว และอีกห้าฟองสำหรับไข่ตุ๋นซีอิ๊วสไตล์เกาหลี ปกติแล้วในตู้เย็นน่าจะเหลือไข่อยู่ห้าฟอง
แล้วทำไมมันถึงเต็มล่ะ?
เป็นไปได้ยังไงที่มันจะเต็ม?
มันผิดหลักวิทยาศาสตร์นะ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เธอเบลอไปเอง หรือตู้เย็นมันมีชีวิตขึ้นมา?
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น
เดี๋ยวนะ ก็ไม่ทั้งหมดหรอก
ถ้าเป็นแบบแรกก็คงไม่ดีแน่ แต่ถ้าแบบหลัง ตู้เย็นมีชีวิตขึ้นมาแล้ว มันจะใช่สัญญาณบอกว่าเธอกำลังจะร่ำรวยขึ้นมาหรือเปล่า?
เย้!
แต่ว่าเรื่องดีๆ ที่เหมือนมีขนมปังตกมาจากฟ้าจะมาโดนเธอจริงๆ เหรอ?
ตั้งแต่เล็กจนโต ขนาดเงินเก๊กเหรียญสิบยังไม่เคยเก็บได้เลย คนอย่างเธอจะมีโชคดีขนาดนั้นจริงๆ หรือ?
สมองที่เบลอๆ ของเวินหน่วนหน่วนเริ่มแจ่มชัดขึ้น เธอรีบหันไปมองด้านในตู้เย็น
แครอทกับถั่วลันเตาที่ใช้ไปกับข้าวผัดหยางโจว กลับคืนสู่สภาพและปริมาณเดิมตอนก่อนที่เธอจะหยิบออกมาเมื่อวานนี้
เวินหน่วนหน่วนหมุนตัวเดินไปที่ตู้เก็บของเพื่อตรวจดูไส้กรอกฮอตดอก พอเห็นว่าจำนวนยังคงเหลืออยู่สามชิ้นเท่ากับตอนหลังจากหยิบออกไปใช้ เธอก็สูดลมหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง
“ไส้กรอกในตู้เก็บของไม่กลับคืนสู่จำนวนเดิม แต่ไข่กับผักในตู้เย็นกลับคืนมา นี่แสดงว่าไม่ใช่เป็นเพราะบ้าน แต่เป็นเพราะตู้เย็นใช่ไหม”
เวินหน่วนหน่วนเดินเร็วๆ ไปที่ตู้เย็น ดึงประตูช่องแช่แข็งออก แล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด
เมื่อไก่บ้านจากไร่ท้องถิ่นที่คุณยายตั้งใจเอามาให้เธอปรากฏตัวขึ้น ในที่สุดปากของเวินหน่วนหน่วนก็อ้าค้างออกเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ไก่บ้านตัวเดียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวนี้ เธอจำได้ชัดเจนว่าเมื่อวานได้ตุ๋นเป็นซุปไก่บ้านรสเข้มข้นอร่อยเลิศรส แถมยังชวนเพื่อนร่วมงานสองคนจากออฟฟิศมากินที่บ้านด้วยกันจนเกลี้ยง แม้แต่กากยังไม่เหลือ
แล้วตอนนี้ทำไมมันถึงกลับมาอยู่ในตู้เย็นได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งล่ะ!
สวรรค์ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ช่วยอธิบายให้เธอเข้าใจเหตุผลหน่อยได้ไหม?
มันเกินเลยความรู้ความเข้าใจของเธอไปมากเลยนะเนี่ย
เวินหน่วนหน่วนทรุดตัวลงนั่งบนพื้นกระเบื้อง ขมวดคิ้วครุ่นคิด
เธอต้องทบทวนก่อน
หรือว่าตู้เย็นของเธอจะพัฒนาฟังก์ชันกู้คืนอัตโนมัติขึ้นมา? เติมอาหารให้เอง? ถึงได้ทำให้ทุกเช้าที่เธอเปิดตู้เย็น ยังคงเห็นอาหารเต็มตู้เหมือนไม่ได้ถูกแตะต้อง?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง แสดงว่าเธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องกินดื่มอีกเลย? แล้วก็ไม่ต้องใช้เงินอีกแล้วด้วย?
หรือแม้แต่จะหาเงินได้?
วัตถุดิบไม่ว่าจะแพงแค่ไหนหรือหายากแค่ไหน เธอจะสามารถหยิบออกมาได้ทุกวันไม่มีวันหมดเลยงั้นหรือ
หรือว่าอาจจะไม่ใช่แค่อาหาร?
ขอแค่เป็นของที่ใส่ไว้ในตู้เย็น ก็จะสามารถเติมให้เต็มโดยอัตโนมัติทั้งหมด?
แล้วถ้าเธอใส่ก้อนทองหรือธนบัตรล่ะ?
พอคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เวินหน่วนหน่วนก็ตื่นเต้นจนลุกพรวดขึ้นมาทันที
เธอจำได้ว่าเมื่อวานหยิบซอสถั่วเหลืองยี่ห้อหนึ่งขวดออกมาจากตู้เย็น ซึ่งเหลืออยู่ก้นขวดแค่นิดเดียว หลังจากปาดออกมาจนเกลี้ยงก็เลยถือวิสาสะทิ้งขวดลงถังขยะ
ตอนนี้แค่เธอหาขวดซอสถั่วเหลืองนั่นเจอ ก็จะรู้แล้วว่าถ้าใส่ของอย่างอื่นลงไปจะเติมให้เต็มได้ไหม
แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ค้นไปค้นมา ขนาดช่องแช่แข็งยังรื้อใหม่สองสามรอบ เวินหน่วนหน่วนก็ยังหาขวดซอสถั่วเหลืองนั่นไม่เจออยู่ดี
แล้วเธอก็เปลี่ยนมาหยิบซอสพริกขวดหนึ่งเปิดตรวจดู ก็พบว่ามันถูกเติมเต็มส่วนที่กินไปเมื่อวานจนเต็มขวดแล้ว
จากตรงนี้ เวินหน่วนหน่วนก็ได้ข้อสรุปว่า: อาหารสามารถเติมเต็มได้เอง แต่ภาชนะบรรจุทำไม่ได้
อาหารที่อยู่ในภาชนะก็จะเติมเต็มให้เช่นกัน แต่ต้องมีภาชนะอยู่ก่อน ถ้าภาชนะหายไป อาหารในภาชนะนั้นก็จะหายตามไปด้วยและไม่ปรากฏขึ้นมา
ถึงจะต่างจากที่คิดไว้ตอนแรก แต่นั่นก็ยังทำให้เวินหน่วนหน่วนตื่นเต้นดีใจสุดๆ อยู่ดี!
การมีอาหารกินไม่หมดแถมยังไม่ต้องใช้เงินเนี่ยนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอไม่กล้าแม้แต่จะฝัน!
ฮือออ ค่าผ่อนดาวน์คอนโดสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นของเธอ ในที่สุดก็เห็นแสงสว่างของการปลดหนี้ก่อนกำหนดแล้ว!
ในที่สุดเธอก็จะมีชีวิตที่แสนสุขสบาย กินอิ่มนอนอุ่น ไม่ต้องทำอะไรแล้ว!
ขอบคุณฟ้าดิน ขอบคุณตู้เย็นบ้านฉัน
แต่ตอนนี้จะขอบคุณยังเร็วเกินไปไหมนะ?
เธอต้องทดลองพิสูจน์ก่อน
วันนี้จะจัดตู้เย็นให้เต็มด้วยอาหารที่ชอบกินและจำเป็นต้องกิน พรุ่งนี้ก็กินอาหารในตู้เย็นและจำให้แม่นๆ พอเช้าวันมะรืนก็จะรู้แล้วว่าข้อสันนิษฐานของเธอถูกหรือเปล่า!
ก่อนอื่น ไปตลาดสดเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดและอร่อยที่สุด!
คิดแล้วก็ทำ
เวินหน่วนหน่วนหยิบถุงผ้า ขับรถคันน้อยแสนรักของเธอ มุ่งหน้าไปยังตลาดสดที่คุ้นเคยเพื่อชอปปิ้งใหญ่!
เพราะเป็นการทดสอบว่าตู้เย็นมีฟังก์ชันเติมของให้เองหรือเปล่า ถ้ามีก็จะได้ไม่ต้องซื้อผักอีก เท่ากับเป็นการหมุนเวียนใช้ซ้ำ
ดังนั้นเวินหน่วนหน่วนจึงเลือกซื้อวัตถุดิบที่สดใหม่ดีที่สุดในตลาด!
ผู้หญิงเราก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ สิ!
อย่างแรกเลย ซื้อหมูที่ขาดไม่ได้
หมูสามชั้นสองกิโลครึ่ง, ขาหมูสี่ขา, เนื้อสะโพกหมูสองกิโลครึ่ง, ซี่โครงหมูหนึ่งกิโลครึ่ง
ไก่บ้านท้องถิ่นแท้ๆ ที่คุณยายให้มา เหมาะเอาไว้ตุ๋นซุปที่สุด แล้วก็ซื้อไก่รุ่นอีกสักตัวที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดไว้ทำไก่ตุ๋นซีอิ๊วก็พอ
ซื้อไข่ไก่ ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า อย่างละนิดอย่างละหน่อย
ซื้อเป็ดมาทำเป็ดต้มเบียร์
เนื้อแกะเธอไม่ชอบกินก็ไม่ซื้อ ตู้เย็นมีพื้นที่แค่นั้น ต้องใช้กับของที่เธอชอบเท่านั้น
เนื้อวัวตุ๋นยาก ใช้เวลานาน เธอเลยเดินตรงไปที่ร้านขายเนื้อตุ๋นร้านโปรดข้างตลาดสดเลย
เนื้อวัวราคาแพงมาตลอด เนื้อวัวตุ๋นก็ยิ่งแพงใหญ่ เมื่อก่อนแต่ละครั้งเธอซื้อแค่สองขีดครึ่งอย่างเสียดาย แต่มาวันนี้มันไม่ใช่วันนั้นแล้ว!
เวินหน่วนหน่วนโบกมืออย่างใจป้ำ ซื้อมาสองกิโล!
หนึ่งกิโลหั่นเป็นชิ้น อีกหนึ่งกิโลสไลด์เป็นแผ่น พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด
เธอคิดไว้แล้วกลับบ้านจะแช่ช่องฟรีซ ของสไลด์ไว้ วันรุ่งขึ้นก็เอาออกมาอุ่นกับน้ำจิ้มก็ยังอร่อยเหมือนเดิม
เนื้อวัวชิ้นใส่ซอสพริกเอาไว้ผัดวุ้นเส้น เผ็ดหอมชาล่า แค่คิดน้ำลายก็จะไหลแล้ว!
กลืนน้ำลายลงคอ เวินหน่วนหน่วนรีบสาวเท้าไปที่แผนกผัก อันนี้เลือกง่ายหน่อย
ผักกาดหอม ผักกาดเขียว แครอท, มะเขือยาว หน่อไม้น้ำ ผักโขม, บวบ ถั่วงอก มันเทศ, เต้าหู้ แผ่นเต้าหู้ เต้าหู้แห้งหอม, มันฝรั่ง มันหวาน ฟักทอง...
ที่เห็นอยู่เอาหมดทุกอย่าง
เยอะเกินจนถือไม่ไหวแล้ว เวินหน่วนหน่วนเลยขนวัตถุดิบไปเก็บไว้ที่ท้ายรถก่อน แล้ววกกลับเข้ามาในตลาดซื้อต่อ
จะทำซาลาเปากับเกี๊ยว แป้งสาลีขาดไม่ได้ แผ่นเกี๊ยวเธอทำเองไม่เป็น ก็เลยซื้อมาครึ่งกิโลด้วย แผ่นเกี๊ยวยังเอาไปทำข้าวต้มมัดไส้หมูได้อีก
เดือนกันยายนแบบนี้มีขนมเค้กข้าวกับขนมโมจิที่ทำจากข้าวใหม่แล้ว เวินหน่วนหน่วนนึกภาพหมูเค็มผัดผักกาดขาวใส่เค้กข้าวต้มกิน หน้าหนาวเอาเค้กข้าวกับโมจิเข้าเตาอบไอร้อนฉุยๆ แล้วก็เหมือนย้อนกลับไปในวันวัยเด็กที่ไร้กังวล
ซื้อ!
เค้กข้าวกับโมจิห้ามขาด
ซอสพริก ซอสพริกตำ ซอสถั่วเหลือง ซอสพริกหวาน และอื่นๆ ซื้อขวดเล็กอย่างละขวด
ข้างแผงมีข้าวหมักกับบัวลอยไข่หวานที่คุณป้าทำเอง ซื้อ!
สุดท้ายไปแผนกอาหารทะเล ซื้อกุ้งสดเป็นๆ กระดึ๊บๆ สองกิโลครึ่งกับหอยเป๋าฮื้อสองกิโลครึ่ง
หอยเป๋าฮื้อแกะเปลือกออกแล้วน่าจะได้ประมาณหนึ่งกิโลครึ่ง แต่สำหรับเธอถือว่าเกินพอแล้ว
แล้วก็ถือโอกาสซื้อปลาหมึกอีกหนึ่งกิโล เธอจะได้บรรลุอิสรภาพปลาหมึกย่าง!