วันรุ่งขึ้น
ฟ้ายังไม่ทันสว่าง อู๋เสียกับพวกก็ตื่นกันแล้ว
แต่หลี่ฉางเซิงตื่นเร็วกว่าพวกเขาอีก นั่งซดโจ๊กอยู่ในห้องโถง ซู้ดซ้าด ๆ ไม่นานก็ซดโจ๊กขาวถ้วยใหญ่หมดเกลี้ยง
อู๋เสียเห็นดังนั้น รีบสั่งโจ๊กขาวหนึ่งถ้วยกับเครื่องเคียงหนึ่งจานจากพนักงานสาวของบ้านพัก
เครื่องเคียงเป็นหัวไชเท้าดองฝีมือพนักงานสาว เปรี้ยวเผ็ดกรอบหวาน กินแล้วสดชื่นดี
เขากินโจ๊กหมดหนึ่งถ้วย อู๋ซานเสิ่ง พานจื่อ และอีกสองสามคนก็ทยอยมาถึงห้องโถง
พานจื่อพูดหว่านล้อมอยู่นาน จนได้เด็กชายอายุเจ็ดแปดขวบ น้องชายของพนักงานสาว มาเป็นคนพาไปหาป่าที่เคยขุดพบวัตถุโบราณ
อีกด้านหนึ่ง หลี่ฉางเซิงดื่มโจ๊กเสร็จ จ่ายค่าห้องค่าอาหารเรียบร้อย ก็แบกโลงดำขึ้นหลังอีกครั้ง แล้วออกจากบ้านพักไปตามลำพัง
“พี่หลี่...”
อู๋เสียตั้งสติได้ อยากจะวิ่งตามออกไป
แต่พอก้าวออกจากบ้านพัก ก็มองไม่เห็นแม้แต่แผ่นหลังของหลี่ฉางเซิงแล้ว
“พอเถอะเสี่ยวซาน คนเก่งกาจแบบนี้ความคิดอ่านคาดเดายาก เราดูแลตัวเองดี ๆ ก็พอ”
พานจื่อได้ยินก็ผงกหัวรัว ๆ “นายน้อยรอง ฝีมือพวกเราก็ไม่ใช่ย่อยนะ”
อู๋เสียไม่พูดอะไร หยิบมือถือออกมา มองเบอร์โทรศัพท์บนหน้าจอสมุดโทรศัพท์แล้วใจก็สงบลงบ้าง
แม้จะไม่ได้เกาะขาใหญ่ไว้ แต่ยังไงก็ได้เบอร์ติดต่อของอีกฝ่ายมาแล้ว ไม่แน่ว่าวันไหนอาจได้ใช้
