ทหารรับจ้างไมค์ปล่อยลิงเฒ่า หลังจากมันร้องเจี๊ยก ๆ ใส่คนทั้งกลุ่มสองครั้ง ก็พุ่งตรงไปที่ปล่องเหมือง กระโดดปีนป่ายขึ้นไปหลายตลบ และหายลับไปในหุบเขาสูงชันอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่า หลังจากคนตระกูลเฟิงที่เลี้ยงลิงเฒ่าหนีออกนอกประเทศ มันก็เร่ร่อนอยู่แถบอูซาน
คงเป็นเพราะถูกเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ไม่อาจเข้าเป็นพวกเดียวกับลิงป่า ได้แต่เดินเตร่อยู่ในเขตเหมือง ขุดหาหอยทากตามปล่องเหมืองประทังชีวิตบ้างบางครั้ง
เดินไปข้างหน้าอีกไม่ถึงสองกิโลเมตร ทางเดินหลุมหลบภัยก็ถึงจุดสิ้นสุด
สิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกใจก็คือ ตรงปลายทางมีประตูเหล็กกล้าหนาทึบบานหนึ่ง ด้านหน้ากองหินกระจายระเกะระกะ จากร่องรอยบนหิน ยังพอมองเห็นเค้ารอยสลักหินเลือนราง
หนึ่งในนั้นที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ดูคล้ายกับรูปสลักหินอูหยางที่เห็นในจวนตระกูลเฟิง
อานิงเห็นเข้าจึงขมวดคิ้วถาม "ที่นี่ก็มีรูปสลักหินอูหยางด้วยหรือ"
จางเหว่ยอธิบาย "รูปสลักหินที่จวนตระกูลเฟิง ก็ขนมาจากที่นี่น่ะสิ เมื่อปีก่อนผมตั้งใจไปเยี่ยมเลขาธิการเก่าของหน่วยวิศวกรรุ่นปลดเกษียณ เขาบอกว่า ตอนนั้นที่ขุดหลุมหลบภัยมาถึงเขตเหมือง ก็ค้นพบรูปสลักหินอูหยางพวกนี้ที่ฝังอยู่ใต้ดิน ทั้งยังพบโลงศพประหลาดใบหนึ่ง หน่วยวิศวกรรมรายงานขึ้นเบื้องบนแล้ว ไม่นานวิศวกรรมก็ระงับ สุดท้ายเบื้องบนส่งทหารมา ขนของข้างในออกไปหมด แล้วปิดตายด้วยประตูเหล็กกล้า"
"โลงศพ?"
อานิงไวต่อประเด็นสำคัญ รีบถามทันที
"โลงศพแบบไหน"
"ไม่รู้ เลขาธิการเก่าคนนั้นไม่ยอมบอก บอกว่าเป็นความลับ แต่ผมเดาว่า ในโลงศพน่าจะเป็นราชันอูหยาง"
อานิงฟังถึงตรงนี้ ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ฝ่ายหลี่ฉางเซิงก็มีใจกระเพื่อม คิดในใจเงียบ ๆ
