“ทำไมไม่ยอมเจอหน้ากันสักที?”
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการรายงานตัวนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยผิงเฉิง อวิ๋นฝูวางกระเป๋าเดินทางแล้วขึ้นรถเมล์มหาวิทยาลัย เธอหาที่นั่งว่างแถวสุดท้าย นั่งลงแล้วเม้มปากเป็นเส้นตรง ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยสีหน้าเหงาหงอย
“แฟนจ๋า นี่นายไม่ชอบฉันแล้ว อยากเลิกกับฉันเหรอ?”
น้ำเสียงนุ่มนวลสั่นเครือ ราวกับเสี้ยววินาทีถัดไปจะหลั่งน้ำตาด้วยความน้อยใจ ชวนให้ใจอ่อนและสงสาร
“เปล่านะ! ผมไม่มีทางเลิกกับที่รักเด็ดขาด!”
ปลายสายน้ำเสียงร้อนรน รู้ว่าเธอจะร้องไห้ รีบปลอบอย่างลนลาน “ผมผิดเองที่ทำให้ที่รักโกรธ ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะ ที่รักจะตีจะด่าผมยังไงก็ได้”
อวิ๋นฝูขยี้ตา เบ้าตาแดงก่ำ
“ดีนะ งั้นนายมาหาฉันตอนนี้เลย ให้ฉันตีฉันด่า”
พอพูดถึงการเจอหน้ากัน ปลายสายก็เงียบไปอีก
ครู่ใหญ่ ถึงพูดตะกุกตะกัก “ที่รักครับ ผมไม่ได้ไม่อยากเจอคุณนะ แต่…”
“แต่ทำไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”
ข้ออ้างแบบนี้อวิ๋นฝูได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน เธอไม่อยากฟังอีกแล้ว ใจแข็งพูด “เลิกกันเถอะ ฉันไม่อยากได้แฟนที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้”
อวิ๋นฝูหันหน้าหนี ปาดน้ำตาที่ขอบตาอย่างดื้อรั้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอคบใคร
ถึงจะเป็นเพียงรักออนไลน์ที่ไม่ถึงสองเดือน แต่แฟนของเธอดีต่อเธอมาก ตามใจทุกอย่าง ลึกซึ้งและเอ็นดู
แล้วทำไมเขาถึงเอาแต่ปฏิเสธการเจอหน้ากันล่ะ?
อวิ๋นฝูคิดไม่ตก และในใจก็รู้สึกเหมือนถูกหลอกถูกหยอกอย่างแรงกล้า
“ช่างเถอะ ถือว่าหยุดขาดทุนไว้แต่เนิ่น ๆ”
อวิ๋นฝูสูดน้ำมูก เธอยังอยากร้องไห้มาก จึงล้วงหมวกจากกระเป๋าเตรียมปิดหน้าแล้วแอบร้องไห้อีกสักพัก
ทันใดนั้น เสียงเบรกแหลมบาดหูดังขึ้น
วินาทีต่อมา รถเมล์เหมือนหักหลบอะไรบางอย่าง พุ่งชนข้างทางอย่างควบคุมไม่ได้
อวิ๋นฝูถูกเข็มขัดนิรภัยรั้งไว้ไม่ให้กระเด็นออกไป ท่ามกลางเสียงระเบิดดังกึกก้อง เธอคิดว่าตัวเองใกล้ตายแล้ว ก่อนสติดับวูบลง ในความว่างเปล่ามีมือใหญ่ล่องหนโอบรอบเอวบางของเธอ
ยกเธอขึ้นจากเบาะอย่างนุ่มนวล กอดเข้ามาในอ้อมอก
เสียงพึมพำคุ้นเคยดังก้องข้างหู——
“ที่รัก ผมมาหาคุณแล้ว”
^^
【ยินดีต้อนรับผู้เล่นอวิ๋นฝูเข้าสู่เกมสยองขวัญ ก็อปปี้ปัจจุบัน《ปราสาทกุหลาบ》】
【ระดับความยากก็อปปี้: C】
【บทบาทในเกม: นักสืบ】
【เงื่อนไขผ่านด่าน: เอาชีวิตรอด 7 วันให้สำเร็จ หรือทำภารกิจของผู้ว่าจ้างให้สำเร็จ】
สติค่อย ๆ หวนคืน พร้อมกับเสียงระบบเย็นเยียบในหัว อวิ๋นฝูที่สั่นสะท้านมองเห็นชัดว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
รถเมล์กับเพื่อนนักศึกษาหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ที่นี่คือปราสาทสไตล์กอทิกหลังหนึ่ง เธอกำลังนั่งอยู่กับกลุ่มคนแปลกหน้าที่โต๊ะอาหารยาว เทียนบนโต๊ะสว่างวูบวาบ ส่องให้ใบหน้าทุกคนซีดเซียว ไม่มีใครกล้าเอ่ยเสียง ทุกคนหวาดกลัวกระสับกระส่าย
เกมสยองขวัญ…คืออะไร?
เธอถูกรถชนไม่ใช่หรือ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาอยู่ที่นี่?
อวิ๋นฝูมีคำถามมากมายในใจ แต่บรรยากาศพิลึกเช่นนี้ดูไม่เหมาะจะเอ่ยปากถาม
ผ่านไปเนิ่นนาน ชายคนหนึ่งที่นั่งใกล้ตำแหน่งประธานดันแว่น เอ่ยปาก “เจ้าหมายความว่า พ่อของเจ้าถูกฆาตกรรม หัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หวังให้พวกเราช่วยตามหาให้ใช่ไหม?”
“ใช่”
เสียงเด็กใสกังวานดังขึ้นที่ตำแหน่งประธาน อวิ๋นฝูเพิ่งสังเกตว่าที่นั่นนั่งเด็กผู้ชายตัวสูงกว่าโต๊ะนิดหน่อย มองด้วยตาคงอายุแค่ห้าหกขวบ
“พ่อแม่ผมถูกคนฆ่าตายทั้งคู่ เพื่อให้วิญญาณพวกท่านสงบสุข เด็ดขาดไม่ได้ฝังศพไม่ครบ พวกคุณเป็นนักสืบที่ผมเชิญมา เรื่องเล็กแค่หาหัวคงไม่เป็นปัญหาใช่ไหม?”
เด็กชายสวมสูทน้อยเนี้ยบกริบ ผมทองหยิกฟูฟ่อง ดวงตาสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ เวลาพูดเนื้อนุ่มบนแก้มสั่นระริก น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
เพียงแต่คำพูดที่เขาพรั่งพรู ทำให้อากาศรอบข้างเย็นเยียบลงหลายองศาอย่างประหลาด เกิดความรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว
“ไ-ไม่ใช่ปัญหา”
ชายแว่นห้ามไม่ทัน ชายร่างสูงโปร่งที่นั่งตรงข้ามและถูกเด็กชายจ้องตลอดตอบรับ
เขาเข้าเกมครั้งแรก ตื่นตระหนกหวาดกลัว แค่อยากหาทางออกไปให้เร็วที่สุด
ชายแว่นขมวดคิ้ว ในสายตาเขา พฤติกรรมชายร่างสูงโปร่งนั้นไม่ต่างจากการหาที่ตาย ในเกมสยองขวัญ แค่เพราะเอ็นพีซีหน้าตาไม่น่ากลัวแล้วรับปากส่งเดช เกิดไปแตะกลไกความตายเข้า ถึงตอนนั้นจะตายยังไงยังไม่รู้เลย
“ก็ลำบากทุกท่านแล้ว”
เด็กชายยิ้มลักยิ้ม เขาหันไปบอกพ่อบ้านข้างหลัง สั่ง “ให้ห้องครัวยกอาหารมา คืนนี้ต้องเลี้ยงดูแขกผู้มีเกียรติอย่างดีนะ”
ไม่รู้ใช่ภาพหลอนของอวิ๋นฝูหรือเปล่า มีชั่วขณะหนึ่ง เธอเห็นฟันเด็กชายเป็นซี่คล้ายฟันเลื่อย คมกริบมาก ชนิดที่บดกระดูกให้แตกได้
ปลายใจอวิ๋นฝูสั่นไหว
ถ้าที่นี่คือโลกสยองขวัญจริง ๆ เด็กชายคนนี้จะเป็นคนไหม?
หรือว่าเขาคือปิศาจร้ายในคราบมนุษย์?
ไม่นาน พ่อบ้านในชุดสูทมีเชฟเดินตามหลังมาหลายคน พวกเขาวางอาหารทีละจานตรงหน้าผู้เล่น
อวิ๋นฝูยังไม่ทันเห็นชัดว่าในจานคืออะไร ก็ได้ยินเสียงอาเจียนดังข้าง ๆ
“น่าขยะแขยงจัง นี่มันอะไร กินได้จริงเหรอ?”
ในจาน ชิ้นเนื้อโชกเลือดยังเต้นตุบ ๆ กลิ่นคาวคลุ้งจนหายใจไม่ออก ถ้วยไวน์วางข้าง ๆ บรรจุของเหลวสีแดงสด ไม่เหมือนไวน์ แต่เหมือนเลือดมากกว่า
“หึหึ”
เด็กชายดูพอใจมากที่เห็นพวกเขาถูกทำให้ตกใจ สีหน้าเปลี่ยนเป็นค่อนข้างร้าย “พวกคุณไม่ชอบเหรอ รีบกินสิ ห้ามเหลือ!”
“ถะ-ถ้ากินไม่หมดจะเป็นยังไง?”
เด็กสาวคนหนึ่งรวบรวมความกล้าถามขึ้น
เด็กชายมองเธอ เอียงคอใสซื่อ “คนที่ทำให้อาหารเสียของเป็นเด็กไม่ดี เด็กไม่ดีต้องถูกลงโทษ กลายเป็นอาหารให้ทุกคนกิน!”
เด็กสาวตัวสั่นเทิ้ม เธอกัดฟัน ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวหยิบมีดส้อมตักชิ้นเนื้อที่ยังเต้นอยู่เข้าปาก
“อ้วก…”
เธอกลืนชิ้นเนื้อลงคออย่างลวก ๆ รวดเร็ว หน้าตาเป็นทุกข์ “ฉันกินหมดแล้ว”
เห็นเธอเอาจริงขนาดนี้ คนอื่นก็พากันหยิบมีดส้อม กลัวจะเป็นคนสุดท้ายแล้วจะเกิดเรื่องไม่ดี ต่างพากันหลับตายัดเนื้อเข้าปาก
ภาพชวนพิลึกและน่าขยะแขยง
“คุณไม่กินเหรอ?”
ดวงตาโตสีฟ้าครามจับจ้องที่อวิ๋นฝู
อวิ๋นฝูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ ใช้ส้อมตรึงเนื้อไว้ ใช้มีดตัด “ฉันกำลังกิน”
ทันใดนั้น ในเนื้อมีอะไรบางอย่างยุกยิก ดวงตาลูกหนึ่งพลิกตัวออกมาจากข้างใน เปิดเปลือกตาสบตากับอวิ๋นฝูในระยะประชิด
“!”
มีดส้อมหลุดมือตกพื้น เกิดเสียงกระทบกรังชัดเจน
เด็กชายเหมือนเจอข้อผิดพลาด แสดงสีหน้าตื่นเต้นทันที ถูมือเล็ก ๆ มองอวิ๋นฝู “คุณสวยมากเลย กินแล้วต้องอร่อยสุดยอดแน่”
กึก กึก กึก…
พ่อบ้านหม่นหมองเดินก้าวมายังอวิ๋นฝูทีละก้าว
ขณะที่อวิ๋นฝูลังเลว่าถ้าวิ่งหนีออกไปจากที่นี่จะรอดชีวิตหรือไม่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะดังแทรกมาจากนอกประตู
“ใคร?”
เด็กชายถูกขัดจังหวะอารมณ์ ขมวดคิ้วมองไปอย่างไม่พอใจ
คนนอกประตูไม่ตอบ ยังคงเคาะประตูต่อ
พ่อบ้านที่เดินใกล้ถึงอวิ๋นฝูอีกสองก้าวเปลี่ยนทิศทางไปเปิดประตู ประตูเปิด เขาทำท่าราวกับเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว รูม่านตาหดวูบ หันหน้ามา “นายน้อย ท่านลุงซีริอุสของท่านมาแล้ว”
“ผมมีคุณลุงตั้งแต่เมื่อไร…”
เด็กชายออเรลน้ำเสียงชะงัก ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ติดขัดเล็กน้อยก่อนเปลี่ยนคำพูด “อ๋อ ผมมีคุณลุงอยู่คนหนึ่ง เชิญเขาเข้ามาเถอะ”
คุณลุง?
ชายแว่นหลินฉงขมวดคิ้วแน่น
ก็อปปี้นี้บอกว่ามีบอสแค่ตัวเดียวไม่ใช่หรือ? ออเรลมีคุณลุงมาจากไหน เอ็นพีซีที่จู่ ๆ โผล่มานี่ใช่จะเป็นบอสใหม่?
หลินฉงสีหน้าเคร่งเครียด
ความยากก็อปปี้แบบบอสสองตัวคงไม่ใช่แค่ระดับ C แล้ว อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นมหาศาล
รองเท้าหนังขัดมันก้าวเข้ามาในคฤหาสน์อย่างไม่เร่งรีบ ชายรูปร่างสูงโปร่งสง่างามปรากฏสู่สายตาผู้เล่นอย่างรวดเร็ว ทุกคนเมื่อเห็นเขาต่างมีความประหลาดใจวาบในแววตา
ถ้าบอกว่าเด็กชายออเรลหน้าตานับว่างดงามน่ารัก งั้นเอ็นพีซีคนนี้ก็มีใบหน้างดงามเหนือใครหาที่เปรียบมิได้
ชายหนุ่มดวงตาดำขลับหรี่ลงเล็กน้อย กวาดมองคนในห้องอาหารรอบหนึ่งแล้ว สายตาหยุดอยู่ที่ตัวอวิ๋นฝู จ้องนิ่งไม่กี่วินาที บนใบหน้าปรากฏรอยแดงเรื่ออย่างน่าสงสัย
ปลายนิ้วอวิ๋นฝูหดงอ ขนตาหนาดุจขนนกาสั่นเบา สายตาเธอมองไปด้านหลังชายหนุ่ม ที่นั่นไม่มีอะไรเลย ไม่มี…เงาที่มนุษย์ควรมี!
ราวกับสัมผัสอะไรบางอย่างได้ ซีริอุสขมวดคิ้วด้วยความหัวเสีย ควันดำเส้นหนึ่งผุดจากฝ่าเท้า โยกเยกประกอบกันเป็นเงารางเลือน