อวิ๋นฝูนึกว่าตัวเองตาฝาด
เมื่อหลับตาแล้วมองใหม่ เงาด้านหลังของชายหนุ่มก็อยู่บนพื้นอย่างสงบเรียบร้อย
เธอค่อย ๆ ถอนหายใจออกมา
ปลอบใจตัวเองว่าคงเป็นเพราะประสาทตึงเกินไป ถึงได้เห็นภาพหลอนเช่นนี้
แต่วินาทีต่อมา ตอนที่เธอเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจและสบตากับชายหนุ่ม ลมหายใจที่ยังถอนไม่สุดก็กลับมาค้างเติ่งอีกครั้ง
นัยน์ตาน่ากลัวเหลือเกิน
ราวกับจะจับเธอฉีกทึ้งกลืนกินทั้งเป็น
เขายังมองอยู่...
หัวใจอวิ๋นฝูเต้นระรัว เธอรีบเบือนสายตา ก้มลงเก็บมีดกับส้อมเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดของตน
ใจเย็นไว้
เธอจะตายที่นี่ไม่ได้
กว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็เหนื่อยแทบตาย ถ้าตายไปจริง ๆ ก็จะเป็นผีไม่รู้หนังสือ
อีกอย่าง แฟนที่คบทางออนไลน์ก็ยังไม่เคยเจอตัวเลย ถึงจะบอกเลิกไป แต่นั่นมันแค่คำพูดประชด เธอต้องมีชีวิตรอดกลับไปเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่อง
เมื่อเห็นชายหนุ่มจ้องอวิ๋นฝูไม่วางตา ผู้เล่นทุกคนคิดว่าเป็นเพราะอวิ๋นฝูไม่กินเนื้อ จึงพากันลุ้นตัวโก่งแทนเธอ ขณะเดียวกันก็ดีใจเหลือเกินที่ตัวเองรีบกินจนหมด ไม่งั้นคนที่ถูกสายตามรณะจ้องคงเป็นตัวเองไปแล้ว
ไม่มีใครสังเกตว่า ในแววตาของชายหนุ่มส่องประกายมืดหม่นที่ทั้งคลั่งไคล้และหลงใหล
อวิ๋นฝูเก็บมีดส้อมเสร็จ ก็นั่งมองลูกตาบนจานขวัญหนีดีฝ่อ
ชั่วเวลาเพียงสั้น ๆ ความสามารถในการรับแรงกระแทกของหัวใจเธอเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
"คุณน้า"
ออเรลดูอ่อนหวานราวกับไม่ใช่เด็กซนเมื่อครู่ เอ่ยเรียก "เชิญนั่งที่ประธานค่ะ"
แถมยังมีท่าทีประจบนิด ๆ
พ่อบ้านรู้งานรีบเดินมาช่วยเปลี่ยนชุดจานชาม
"ไม่ต้อง"
ซีริอุสถอดเสื้อสูทพาดข้อพับแขน เขาเดินไปยังตำแหน่งข้างอวิ๋นฝู ข้อนิ้วเรียวยาวเคาะที่พนักเก้าอี้ "ฉันนั่งตรงนี้"
ผู้เล่นที่ถูกเขาเลือกที่นั่งรีบลุกหลีกทางให้อย่างกระวีกระวาด
ชายหนุ่มเหลือบมองอาหารในจาน ก่อนพูดยืดเยื้อ "เสิร์ฟแบบเดียวกับเธอให้ฉันหนึ่งชุด"
อวิ๋นฝู: "..."
ชอบกินขนาดนี้ กินของเธอไม่ได้หรือไง ยังไงเธอก็ไม่อยากกินอยู่แล้ว
ไม่กินก็ตาย กินก็อาจไม่รอด
อวิ๋นฝูถอนหายใจอย่างปลงตก ตัดเนื้อชิ้นหนึ่งแล้วอ้าปากอย่างไม่สู้ดี
แววตาน่ากลัวจากข้าง ๆ จับจ้องที่ริมฝีปากบางอ่อนนุ่มของเธอ เนื้อที่กำลังจะเข้าปากสัมผัสได้ถึงลมเย็นสบัดที่พัดมา จู่ ๆ ก็เหมือนมีสติพลิกตัวหลุดจากซ่อม กระโจนกลับโต๊ะ แล้วไถลตามผ้าปูโต๊ะไปซ่อนที่พื้น แม้แต่ลูกตาบนจานก็หายวับไร้ร่องรอย
อวิ๋นฝูงับลงไป
ริมฝีปากอุ่นร้อนสัมผัสเข้ากับปลายนิ้วเย็นเยียบ
อวิ๋นฝูนิ่งไป ตากลมโตเบิกกว้างแล้วหันขวับ
ชายหนุ่มมีใบหน้าบึ้งตึงเคร่งเครียด แววตาเยียบเย็นมีอะไรบางอย่างกรุ่นคุกรุ่น กลิ่นอายของเขาพลันเปลี่ยนเป็นอันตรายถึงเพียง ดูท่าโกรธไม่ใช่เล่น ใกล้จะระเบิดอารมณ์เต็มที่
อวิ๋นฝูสะดุ้งโหยง รีบคลายกรามคายนิ้วของเขาออกมา
เธอเช็ดปาก หลบถอยไปอย่างหวาด ๆ กลัวเขาจะบีบคอเธอตาย
ซีริอุสไม่ได้ทำอะไรเธอ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาชักมือกลับมา
เขาหลุบตาลง ภายใต้ผ้าปูโต๊ะ ลูบไล้รอยฟันตื้น ๆ ที่ถูกกัดบนปลายนิ้ว ชั่วขณะที่ควบคุมไม่ได้ นิ้วมนุษย์พลันกลายเป็นเส้นใยราสีดำ เส้นใยราปลิวว่อนด้วยความตื่นเต้น โหยหาจะเข้าใกล้อวิ๋นฝู ลอยละล่องมาทางเธอ
ซีริอุสขมวดคิ้ว เขากั้นเส้นใยราไว้ ตักเตือนด้วยสายตา เส้นใยราจึงแปรกลับเป็นนิ้วมืออย่างเสียไม่ได้ ซีริอุสออกแรงหัก รูดข้อนิ้วที่มีรอยฟันออก
แล้วยัดเก็บใส่กระเป๋า
O.O
หลังกินอาหารก็ถึงช่วงจัดสรรห้องพัก
ผู้เล่นมีชายหกหญิงหก
ห้องว่างในคฤหาสน์มีมาก แต่การนอนคนเดียวอันตรายเกินไป ทุกคนจึงตกลงให้นอนคู่ ห้องละสองคน จะได้พอช่วยเหลือกันได้บ้าง
"ฉันไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับเธอ"
หลี่เชียน เด็กสาวที่ถูกจับคู่กับอวิ๋นฝูพูดขึ้น "อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้มีอะไร แต่เธอเป็นผู้เล่นมือใหม่ แล้วท่าทีบนโต๊ะอาหารก็ถูกเอ็นพีซีจับจ้องแล้ว ฉันเองก็เข้าเกมไม่บ่อย เกรงว่าจะไม่สามารถปกป้องเธอได้ เธอควรหาคนเก่ง ๆ อยู่ด้วยมากกว่า"
คำพูดของหลี่เชียนรัดกุมไม่มีช่องโหว่ แต่คนฉลาดย่อมดูออกทะลุ เธอไม่ใช่กลัวปกป้องอวิ๋นฝูไม่ได้ หากแต่กลัวตัวเองเดือดร้อนไปด้วย
"ไม่เป็นไร"
อวิ๋นฝูก็ไม่ใช่คนโง่ ถูกปฏิเสธก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้ทุกคนอึดอัด "ฉันอยู่คนเดียวก็ได้"
หลินฉงมองอวิ๋นฝูลึก ๆ ครั้งหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร
"ผู้หญิงอยู่ซีกซ้าย ผู้ชายอยู่ซีกขวา"
ออเรลที่กำลังเล่นลูกบอลพาพวกเขาขึ้นไปชั้นสาม เขาชี้นิ้วไปที่ห้อง "พวกคุณจะอยู่ด้วยกันจริง ๆ เหรอ นอนคนเดียวสบายจะตาย"
"ขอบคุณ แต่เราชอบความครึกครื้น"
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มแว่นหลินฉงจะกลายเป็นผู้นำผู้เล่นไปโดยปริยาย
"น่าเสียดายจัง"
เสียงลูกบอลกระทบพื้นฟังดูหนักทึบ ออเรลทำหน้าอ่อนพลางเม้มปาก "ขอเตือนไว้อย่างนะ แถวคฤหาสน์นี้ห่างไกลผู้คน ตอนกลางคืนอาจมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยแอบเข้ามา หลังเที่ยงคืนควรล็อกประตูห้อง อย่าออกมา จะได้ไม่เจอสิ่งที่ไม่ควรเจอ แล้วก็อีกอย่าง ห้ามไปชั้นสอง พี่ชายฉันสุขภาพไม่ดีต้องการพักผ่อน ห้ามรบกวนเขาเด็ดขาด"
บอกสิ่งที่ต้องบอกเสร็จ ออเรลเงยหน้ายิ้มหวาน "งั้นก็ขอฝากพวกคุณหาหัวพ่อฉันให้เจอเร็ว ๆ นะคะ ถ้าเวลากระชั้นเกินไป ฉันจำเป็นต้องหาหัวใหม่มาสวมให้เขา"
"..."
พูดจบ ออเรลก็โยนลูกบอล กระโดดโลดเต้นขึ้นชั้นบนไป พอถึงมุมบันได ลูกบอลพลันหลุดมือกลิ้งมาทางกลุ่มผู้เล่น
เขาอุทานเบา ๆ แล้วพูดจริงจัง "ช่วยหยิบให้หน่อยได้ไหม"
"แน่นอน"
ขณะที่ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว ชายร่างสูงผอมก็ก้มลงหยิบลูกบอลขึ้นมา เขาทำท่าทีกระตือรือร้น หวังสร้างความประทับใจ จะได้ไม่ตายเป็นคนแรก
"คุณเป็นคนดีจริง ๆ ขอพระเจ้าอวยพรคุณ"
ออเรลรับลูกบอลไป แล้วขึ้นบันไดอย่างมีความสุข
เมื่อไม่มีเอ็นพีซีอยู่ตรงหน้า ผู้เล่นก็ผ่อนคลายลงทันที หลายคนที่เข้าเกมเป็นครั้งแรกกระหายใคร่รู้อยากถามเพิ่ม เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังเซ็งแซ่
หลินฉงนวดขมับ "เอาละ แบ่งห้องก่อน พอเก็บของเสร็จค่อยมารวมกัน ฉันจะบอกรายละเอียดกฎของเกม"
หลินฉงมีบุคลิกอ่อนโยนสุภาพ คำพูดของเขาชวนให้คล้อยตามอย่างประหลาด
"เซียวเฉียงกับโจวอวี่ ห้องหนึ่ง ตู้จือเถิงกับจ้าวฮุย ห้องหนึ่ง นายนอนกับฉัน" หลินฉงชี้ไปทางชายร่างสูงผอมซุนเยว่
ชายห้าคนพยักหน้าโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
แต่ฝ่ายหญิงกลับมีปัญหา หลินฉงคงให้อวิ๋นฝูนอนคนเดียวไม่ได้หรอก ออเรลบอกชัดแล้วว่าตอนกลางคืนมีอันตราย ถ้าอวิ๋นฝูอยู่คนเดียว มีโอกาสสูงที่คืนนี้จะตายเป็นรายแรก
"ฉันนอนกับอวิ๋นฝูเอง"
หญิงสาวที่ชื่อตงม่ายเอ่ยขึ้น
อวิ๋นฝูมองเธอด้วยความประหลาดใจ ทุกคนต่างฟันธงว่าเธอต้องเจอเรื่อง การอยู่กับเธอจึงเต็มไปด้วยวิกฤต
ตงม่ายยิ้มอย่างอ่อนโยน "ดูท่าเธอคงเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยสินะ ฉันมีน้องสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ กำลังแจ่มใสเหมือนดอกไม้"
"งั้นก็ตกลงตามนี้"
หลินฉงพยักหน้า "พวกคุณเก็บของเสร็จแล้วมาที่ห้องผมนะ"
หลี่เชียนกับรูมเมทของหล่อนเลือกห้องด้านในสุดก่อน เด็กสาวอีกสองคนก็ยึดห้องตรงกลาง เหลือเพียงห้องใกล้บันได
"อย่าโกรธพวกเธอเลย ในที่แบบนี้ต่างคนต่างเอาตัวรอด พวกเธอทำไปก็ไม่เห็นแปลก"
ตงม่ายเปิดประตู เอ่ยเรียบ ๆ "แต่พอยามเจออันตราย เธอก็ไม่จำเป็นต้องใจดีเกินไป คนที่ทอดทิ้งเธอ เธอก็ทอดทิ้งพวกเขาได้เช่นกัน"
อวิ๋นฝูกะพริบตา "นึกว่าพี่จะแนะนำให้ฉันมีเมตตาซะอีก"
"คนมีเมตตามักตายเร็วที่สุด"
ทิ้งประโยคนี้ไว้ ตงม่ายเดินเข้าห้องน้ำ เช็คดูแน่ใจว่าไม่มีอะไรประหลาดโผล่มา แล้วเกาะโถส้วมอาเจียนออกมาอย่างหนัก