เจียงเฮ่าเฉินกลับถึงอพาร์ตเมนต์ตอนตีหนึ่งกว่าแล้ว
ตอนออกจากสถานีรถไฟความเร็วสูงเขาส่งข้อความหาฉือหยวน แต่ฉือหยวนไม่ตอบ เจียงเฮ่าเฉินจึงเดาว่าฉือหยวนอาจหลับไปแล้ว
ก็จริงนะ เด็กน้อยอกหัก ตอนโทรศัพท์เสียงยังเจือสะอื้น คงร้องไห้จนหลับไปแน่ ๆ
แค่คิดภาพนั้น เจียงเฮ่าเฉินก็ปวดใจเหลือเกิน
ไอ้คนตาถั่วเอ๊ย!
กลัวจะปลุกเด็กหนุ่มที่หลับอยู่ข้างในให้ตื่น แม้แต่การกดรหัสก็ยังเบามือ พอประตูเปิด ในห้องมีแสงสลัวสีเหลืองนวล เด็กหนุ่มที่เขาคิดถึงมาตลอดทาง ขดตัวนอนหลับอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น
เจียงเฮ่าเฉินเปลี่ยนรองเท้าแล้วค่อย ๆ ย่องเข้าไป ใกล้ถึงแล้วถึงพบว่าบนโต๊ะเตี้ยข้างโซฟายังมีเหล้าขาววางอยู่ขวดหนึ่ง
เจียงเฮ่าเฉินขมวดคิ้ว ฉือหยวนดื่มเหล้าคลายทุกข์งั้นหรือ?
เขาก้มมองเด็กหนุ่มบนโซฟา ร่างบางจมลงในโซฟา เห็นเพียงครึ่งใบหน้า พอเข้าใกล้ถึงได้กลิ่นเหล้าจาง ๆ คงจะดื่มไม่มาก
เจียงเฮ่าเฉินเก็บผ้าห่มที่ตกบนพื้นขึ้นมา คลี่เบา ๆ ห่มให้เด็กหนุ่ม แล้วนั่งยองหน้าโซฟา พินิจมองอย่างละเอียด
ตายังไม่บวม บนหน้าไม่มีรอยน้ำตา ดูแล้วน้องชายบ้านยังไม่ร้องไห้หนักหนา
ความคิดนี้ทำให้เจียงเฮ่าเฉินอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
ถึงจะเป็นรักครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้คบกัน แค่สารภาพรักแล้วถูกปฏิเสธ ร้องไห้สักสองครั้งก็เป็นบุญของไอ้คนตาถั่วนั่นแล้ว
เจียงเฮ่าเฉินจ้องเด็กหนุ่มที่หลับใหล แวบคิดภาพตอนที่เด็กหนุ่มร้องไห้
ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นฉือหยวนร้องไห้ คือเทอมสองของมอสี่ ตอนนั้นฉือหยวนอยากได้เงินห้าพันหยวนเลยสละสิทธิ์แคมป์ฤดูหนาว เขาโมโหมากเลยดุอีกฝ่ายยกใหญ่ วันนั้นฉือหยวนเฝ้าหน้าห้องเขาเป็นคืน ตอนนี้เขายังจำภาพตอนเปิดประตูออกมาแล้วเห็นเด็กหนุ่มร้องไห้ขอให้เขาอย่าทิ้งกันไปได้
