เพื่อไม่ให้คุณชายเจียงขาดทุน ฉือหยวนจึงทุ่มเททำงานหนักขึ้นกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็นฉากพูดหรือฉากบู๊ เขาล้วนพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด ความทุ่มเทถึงขนาดที่ผู้กำกับหรงผู้เข้มงวดยังเอ่ยปากชมอยู่หลายครั้ง
ชั่วพริบตาหนึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป เช้าวันนี้ ฉือหยวนและเสี่ยวเจ้ากำลังทานอาหารเช้าอยู่ในโรงแรม
เสี่ยวเจ้ากระซิบซุบซิบกับฉือหยวน “ได้ยินว่าถานเซินกำลังตามตื้อนักแสดงเจ้าบทบาทเหยียน”
ถานเซินเป็นนักแสดงที่เพิ่งเข้ากองถ่ายเมื่อสองวันก่อน มีบทไม่มาก ก่อนหน้านี้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงอยู่บ้าง ช่วงนี้กำลังหันมาเอาดีด้านการแสดง
ฉือหยวนมองไปรอบ ๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครแล้วจึงก้มลงซุบซิบด้วยเสียงเบา “แน่ใจนะว่าไม่ใช่กลับกัน?”
เสี่ยวเจ้าพูดไม่ออก “คุณคิดอะไรอยู่ นักแสดงเจ้าบทบาทเหยียนระดับนั้น หน้าตาขนาดนั้น เขาจะไปตามตื้อคนอื่น?”
พูดจบก็นึกขึ้นได้ รีบกล่าวเสริม
“ยกเว้นคุณ”
ฉือหยวน “เขาไม่ได้มาตื้อฉันสักหน่อย”
หนึ่งเดือนนี้ หยานชวนไม่ได้กดดันเขาเลยสักนิด กระทั่งเรื่องการแสดงยังคอยให้คำแนะนำอยู่บ่อยครั้ง ถ้าไม่นับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนแรก หยานชวนก็นับว่าเป็นคนไม่เลว
เสี่ยวเจ้า “เมื่อคืนนี้ ถานเซินใส่เสื้อคลุมอาบน้ำไปเคาะประตู แถมยังพกไวน์แดงไปขวดนึง สรุปว่านักแสดงเจ้าบทบาทเหยียนไม่ยอมให้เข้าห้องเลย”
ฉือหยวน “เรื่องแบบนี้คุณรู้ได้ยังไง?”
เสี่ยวเจ้า “ในกองถ่ายมันจะมีความลับอะไร ยิ่งกว่านั้นเขาก็ไม่ได้ปิดบังใครเลยนะ ระหว่างทางเจอคนอื่นยังยกมือทักทายอีก กลัวคนอื่นไม่รู้ว่าเขามาหานักแสดงเจ้าบทบาทเหยียน”
โลกทัศน์ของฉือหยวนพังทลายอีกครั้ง เขารู้ว่าในแวดวงนี้มีคนที่ป่ายปีนขึ้นเตียงกันมากมาย ตัวเขาเองก็เคยทำ แต่ว่าการป่ายปีนขึ้นเตียงมันไม่ควรต้องเงียบ ๆ เหรอ?
