เจียงเฮ่าเฉินอยากได้ เจียงเฮ่าเฉินก็ได้
เจียงเฮ่าเฉินตื่นขึ้นมามองเห็นโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะพับแวบแรก วางอยู่ข้างโทรศัพท์เครื่องเก่าที่แตกละเอียดราวกับใยแมงมุม เป็นรุ่นล่าสุดของต้าหมี่
เจียงเฮ่าเฉินยิ้มมุมปาก ถือกล่องโทรศัพท์พลิกดูไปมา ครุ่นคิดว่าจะแกะตอนนี้ดีไหม หรือรอให้ฉือหยวนพักก่อนแล้วทำเป็นไม่รู้ถามก่อนค่อยแกะ
“คุณเจียง ท่านตื่นแล้วหรือครับ” เสี่ยวเจ้าลงมาจากรถบ้าน เห็นคุณเจียงกำลังถือโทรศัพท์สำรวจอยู่ก็รีบประจบ “โทรศัพท์เครื่องนี้แบรนด์ส่งมาให้พี่ฉือครับ มันเหลืออยู่เครื่องนึงพอดี พี่ฉือเลยบอกว่าให้คุณเจียงใช้ยามฉุกเฉิน”
เจียงเฮ่าเฉินมองเสี่ยวเจ้าอย่างไม่พอใจ
ผู้ช่วยคนนี้ดูไม่ค่อยหลักแหลมเท่าไหร่ เรื่องดีๆ เรื่องนึงกลับทำให้เขาพูดได้ดูจืดจางสิ้น
เจียงเฮ่าเฉิน “งั้นโทรศัพท์เครื่องนี้ฉือหยวนให้ผมหรือ”
เสี่ยวเจ้ารู้สึกถึงความไม่พอใจของคุณเจียง คิดว่าคงกำลังฝังใจเรื่องที่ตนส่งข้อความมั่วตั้งแต่เช้า จึงตอบครับแล้วก็อ้างว่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อหาโอกาสเดินหนีไป
เมื่อเสี่ยวเจ้าพูดเฉลยก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ฉือหยวนกลับมาก่อนแล้วค่อยแกะอีก เจียงเฮ่าเฉินเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่อย่างรวดเร็ว ระหว่างที่กำลังย้ายข้อมูลโทรศัพท์ เขาเบื่อๆ เลยพลิกอ่านคู่มือโทรศัพท์เล่น
จุดขายของโทรศัพท์ต้าหมี่รุ่นใหม่ล่าสุดคือฟังก์ชันถ่ายรูป โดยอ้างว่าเลนส์ของโทรศัพท์อยู่ในระดับกล้องมืออาชีพ
พอย้ายข้อมูลเสร็จ เจียงเฮ่าเฉินกวาดตาดูวีแชท เห็นว่าไม่มีเรื่องด่วนอะไรก็ถือโทรศัพท์เดินไปที่กองถ่าย
ละคร “สวีฉางเซิง” ส่วนใหญ่ถ่ายทำในสถานที่จริงแถมยังเป็นละครเทพเซียน ฉากจึงงดงามมาก ฉากนี้เป็นฉากที่ตัวเอกฉือสวีฉางเซิงละทิ้งโลกมนุษย์ ก้าวเข้าสู่ประตูเซียน
เด็กหนุ่มในชุดสีครามปล่อยชายผ้าพลิ้วสะบัด ยืนอยู่บนเนินนอกเมือง ท่ามกลางแสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดง มองลงไปครั้งสุดท้ายยังภาพชีวิตชาวเมืองที่คึกคัก ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
