เพราะฝนตก สนามแบดมินตันในร่มของมหาวิทยาลัยจึงแน่นขนัดไปด้วยผู้คน สวีเจียรั่งตั้งใจจะชวนหลูเจิงเปลี่ยนไปเล่นที่อื่นแทน
ไม่คิดว่าตอนมาเอารถที่ลานจอดรถจะบังเอิญเจอเจียงหลีกับเสิ่นมู่หรานเข้า
หญิงสาวนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารข้างคนขับ ยิ้มแย้มพูดคุยไม่หยุด ปากเล็ก ๆ ขยับไปมา ดูเหมือนกำลังสอนอีกฝ่ายให้คุ้นเคยกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ
“หัวหน้าสวี เจียงหลีนังตัวดีนั่นมีอะไรกับเสิ่นมู่หรานจริง ๆ ด้วย ดูเสื้อผ้าขาด ๆ ที่เธอใส่สิ ไม่แน่ว่าทั้งคู่…” หลูเจิงหน้าดำคล้ำ รู้สึกไม่เป็นธรรมแทนเพื่อนอย่างยิ่ง
“พอแล้ว” สวีเจียรั่งรีบตัดบท
เขาไม่ต้องการความรัก
ที่เขาเลือกเจียงหลี ก็เพราะกลุ่มบริษัทเหิงเทียนที่อยู่เบื้องหลังเจียงหลินเทียน
ขอแค่เรื่องฉาวพวกนั้นไม่ถูกเปิดโปง สวีเจียรั่งก็จะทำเป็นมองไม่เห็น
“เสิ่นมู่หรานเป็นผู้ช่วยสอนวิชาพลศึกษาของเธอ ทั้งคู่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนิทสนมอะไรกัน อย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย”
ลูกกระเดือกของหลูเจิงขยับ “แต่…”
“ไม่มีแต่” สวีเจียรั่งก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปนั่งตรงที่นั่งคนขับแล้ว “ไปกันเถอะ เหลือเวลาฝึกซ้อมไม่มากแล้ว”
เมื่อเห็นรถสีเหลืองมะนาวคันนั้นแล่นออกไป หลูเจิงก็กล้ำกลืนความขุ่นเคืองในใจไม่ลง รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แล้วส่งให้แม่ของสวีเจียรั่ง
-
รถหวู่หลิงหงวงมีขนาดเล็กเกินไป เสิ่นมู่หรานที่สูงหนึ่งเมตรเก้าสิบต้องหดตัวอยู่ข้างใน ดูเหมือนกำลังขับรถของเล่นเด็ก
ระยะทางไม่ไกล แต่ฝนทำให้ถนนลื่น ชายหนุ่มจึงขับอย่างระมัดระวังมาก
