เสิ่นมู่หรานได้แต่มองกระดาษเปียกผืนนั้น นิ่งเฉยไม่ขยับ
ชั่วชีวิตของเจียงหลีไม่เคยเอาใจใครเป็น เอามือค้างอยู่ในท่าส่งกระดาษ เขินอายจนไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
ในใจอึดอัดขุ่นมัว
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นมู่หรานกับเธอมันแข็งกระด้าง ต่อให้เป็นความห่วงใยแบบเพื่อน ก็คงถูกเขาจัดเข้าพวกมีเจตนาแอบแฝง
เจียงหลีคิดจะชักมือกลับแล้วลุกขึ้นอย่างเคอะเขิน จู่ ๆ เสิ่นมู่หรานก็เอาแขนกดไหล่เธอเบา ๆ เธอเลยต้องนั่งยองลงอีกครั้ง
“ผมเธอพันกัน”
กระเป๋านักเรียนของเขาใช้มาหลายปี ซิปขึ้นสนิมก็หยอดน้ำมันหล่อลื่นใช้ไปงั้น ๆ แต่เวลารูดก็ยังฝืด ๆ ติดขัด
ตอนที่หญิงสาวนั่งยองลงเมื่อครู่ ปลายผมที่สยายถูกลมพัดไปติดกระเป๋า พันเข้ากับฟันซิปขึ้นสนิมโดยไม่มีวี่แววเตือน ถ้าลุกขึ้นตรง ๆ เลยก็เท่ากับดึงกระชากผม
ชายหนุ่มรับกระดาษเปียกของเธอไป เช็ดนิ้วให้สะอาดแล้วขยับเข้าใกล้ ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการคลายเส้นผมออกจากกระเป๋าของตน
พอเจียงหลีเงยตาขึ้นก็ประสานเข้ากับลำคอของเขา เห็นลูกกระเดือกขยับขึ้นลง กำลังจะเงยหน้ามองเขา เสียงทุ้มเหนือศีรษะว่า “อยู่นิ่ง”
สองคำนี้ทำให้เธอฝันย้อนไปวันนั้นในชาติก่อนที่ถูกเขาเอาไว้
ตอนนั้นเขาเป็นซุปเปอร์สตาร์เทนนิสโด่งดังไปทั่วโลก ทรัพย์สินเกินร้อยล้าน
ชายหนุ่มสวมสูทสั่งตัด มือถือแก้วไวน์แดงเขย่าสบาย ๆ นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้สูงตรงบาร์ มองเธอต่ำลงมา ไม่พูดอะไร
เธอถูกเขาจ้องจนแทบหายใจไม่ออก เขาถึงโยน “คำพิพากษาพิจารณาใหม่” มาให้ แล้วสั่งให้เธออ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
นั่นคือหลักฐานบริสุทธิ์ชิ้นสุดท้ายของศาล หลังจากเสิ่นมู่หรานล้างมลทินให้บิดา!
“เจียงหลี เธอคิดว่าฉันยื่นมือช่วยเธอไปทำไมกัน” เสิ่นมู่หรานเอื้อมมือมาบีบคางเธอ
ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ ลงน้ำหนักแรงอย่างเห็นได้ชัด เจียงหลีนึกว่าตัวเองซวยแน่แล้ว
ไม่คิดว่าลูกกระเดือกของชายหนุ่มจะขยับขึ้นลง แล้วหลุดเสียงต่ำว่า ‘อยู่นิ่ง’
จูบที่อึดอัดและชุ่มชื้นเยียบกัดกินเข้ามา กัดจนหน้าเธอเต็มไปด้วยรอยฟัน
“เสร็จแล้ว”
ลมหายใจอ่อนเบารินบนศีรษะ พอเอาผมเธอออกได้ก็หยิบกระเป๋าลุกเดินไป
เจียงหลีสลัดความคิดแสบนอกหัว หันไปวิ่งขวางเขาไว้อีก “อ้าว รอฉันด้วย ไปห้องพยาบาลกับฉันหน่อย”
เด็กสาวอ้าแขนตั้งอกตั้งขวางทางไว้ เสิ่นมู่หรานเบรกฉับ
หน้าท้องเขาเกือบชนจุดนั้นเข้าแล้ว!
เสิ่นมู่หรานเกร็งไปทั้งร่าง เบือนหน้าหลบ ถอยหลังก้าวหนึ่งทันที “ฉันมีพาร์ทไทม์”
“แป๊บเดียวเอง ฉันสัญญาจะไม่ทำให้เสียเวลา” เจียงหลีคว้าข้อมือเขา น้ำเสียงอ้อนแบบไม่ให้ปฏิเสธ “ถ้าหากรอสายถูกเจ้านายหักเงินละก็ ฉันจ่ายคืนให้ เอาหน่า?”
เธอแย่งแร็กเกตมา ระหว่างเดินผ่านจี้เฉิงอวี่ก็ยัดใส่มือ “นายสนิทกับพวกทีมแบด ตัดเรื่องให้คนผิดจ่ายค่าชดใช้ นายจัดการเลย ฝากด้วย”
จี้เฉิงอวี่ไม่เข้าใจ “เฮ้อ ซื้อใหม่ก็จบ ไม่ใช่แค่แร็กเกตพัง ๆ ยังต้องให้ฉันออกไปอีก?”
เจียงหลีจ๊าก “ไปไม่ไป”
จี้เฉิงอวี่ยิ้มแหยๆ “เออ ได้ ๆ”
ซ่งอิ่งเออร์ตามมาจนทัน หอบยังไม่ทันขาด เห็นจี้เฉิงอวี่หุบหัว ก็แอบชนไหล่เขาทีนึง “เรื่องอะไร”
จี้เฉิงอวี่ยักไหล่เบ้ปาก
……
เจียงหลีลากถูลู่ถูกังพาคนมาถึงห้องพยาบาล
พี่ชายเธอถือหุ้นในมหาวิทยาลัยจิ่นเฉิงอยู่ เลยไม่ต้องต่อคิว เข้าห้องรักษา VIP ได้เลย
“คุณหมอ รบกวนทำแผลที่มือให้เขาทีค่ะ”
เด็กสาวยืนดูอยู่ข้าง ๆ เหมือนแค่สงสัยเทคนิคพันแผลของหมอ
ยาฆ่าเชื้อถูกแผล ความเจ็บแปลบเต็มฝ่ามือ
แต่เสิ่นมู่หรานกลับนึกถึงไออุ่นที่ยังหลงเหลือบนข้อมือหนักกว่า เต็มสมองแน่นไปด้วยความซับซ้อนที่ไม่อาจตีความ
ตอนนี้เจียงหลีเธอสติดีอยู่หรือเปล่า
สติดีแล้วทำไมถึงทำกับเขาแบบ...
ผู้หญิงคนนี้บ้าหรือไง
เขาพยายามหาเหตุผลที่เจียงหลีเปลี่ยนท่าที จนมือถูกพันเสร็จก็ยังไม่ได้คำตอบ
เจียงหลีพอใจพยักหน้า: “จำไว้ว่าต้องทายาตามเวลา ไม่งั้นเป็นแผลเป็น”
มือของชายหนุ่มเรียวยาว ข้อนิ้วชัดเจน กระดูกทุกส่วนละเอียดประณีต ฝ่ามือออกแดงเรื่อ ๆ ตลอดปี
หมอจีนบอกว่านี่เป็นอาการที่พลังเลือดดี
ไม่รู้ทำไม สมองเจียงหลีถึงได้เตลิด
ทุกค่ำคืนที่เงียบงัน ชายหนุ่มหมุนแหวนบนนิ้ว คลานเข้าหาเธอทีละก้าว กระซิบที่ข้างหู: “แหวนมันเย็นนะ มาช่วยกันอุ่นให้มันดีไหม”
แล้วทุกทีเจียงหลีก็จะเปียกกกน.ไปหนึ่งตัว...
“คุณหมอ ช่วยจัดการหลังมือให้เสี่ยวหลีจึหน่อยค่ะ”
ซ่งอิ่งเออร์ไม่รู้เข้ามาในห้องพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ คว้าข้อมือเธอมาดูใกล้ ๆ “น้ำเกลือยังไม่หมดก็กระชากเข็มออก แกก็ทำลงนะ”
เจียงหลีไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว ถูกเตือนขึ้นมาก็รู้สึกเจ็บนิด ๆ
“หมอกำลังยุ่งนะ!”
เจียงหลีคิดแผนได้ “เมื่อกี้ฉันแซงคิวเข้ามา ข้างนอกมีคนเป็นลมแดดรอให้ช่วยชีวิตอยู่เพียบ แผลนิดเดียว อย่าใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อันมีค่าเลย”
พูดพลางรีบผลักหมอออกไป
แล้วยกมือยื่นให้เสิ่นมู่หราน “ทำความสะอาดแผลไม่ยาก นายช่วยฉันหน่อย”
เด็กสาวใส่ชุดคนไข้หลวมโคร่ง ใบหน้าไม่มีเครื่องสำอางเนี้ยบ ๆ แต่ซูซ่านสะอาด ใบหน้าทะมัดทะแมงอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน น้ำเสียงนุ่มนิ่ม
“……”
สำลีถูกยัดใส่มือเสิ่นมู่หราน
กำลังคิดว่าจะช่วยดีหรือไม่ช่วยดี มือของเจียงหลีก็ยื่นเข้ามาอีก “ฉันเจ็บจัง ถ้าพรุ่งนี้อักเสบแล้วเล่นไวโอลินไม่ได้ สอบตกเมื่อไหร่ ศาสตราจารย์จูฆ่าฉันแน่”
เสียงอ่อนหวานแทรกเข้าหูเสิ่นมู่หราน ใบหน้าขี้งอนนี่กำลังสั่งเขา แต่น่าแปลกที่เขารู้สึกแค่รำคาญ ไม่ได้รังเกียจ
สายตาของซ่งอิ่งเออร์ส่ายไปมาระหว่างสองคน
ในใจไก่ตัวแหลกสติแตก
เอ๊ะ!
เพื่อนรักไม่ปกติแฮะ!
ซ่งอิ่งเออร์กับเจียงหลีเป็นเพื่อนกันกว่าสิบปี แค่ย่อก้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร
ถือโอกาสนี้ เธอเลยได้ทีลองหยั่งเชิง
“ใช่สิ เสี่ยวหลีจึบ้านฉันพอรู้ข่าวว่านายถูกคนดักอยู่หน้าโรงยิม เข็มยังไม่ทันถอดก็รีบร้อนตามไปทันที กลัวนายจะโดนรังแก”
พูดจบก็เงยหน้าเห็นเจียงหลีเลิกคิ้วให้อย่างพอใจ
ท่าทางแบบ เธอมันเทพ!
รัก ๆ ๆ
“……”
ซ่งอิ่งเออร์: Σ(⊙▽⊙”!!!
จบ ขิงจริง
สุดท้ายเสิ่นมู่หรานก็ยอมจำนน ใช้สำลีจุ่มไอโอดีน เช็ดรอบ ๆ เข็มแล้วเปลี่ยนพลาสเตอร์ยาให้ใหม่ ตลอดเวลาทำอย่างเบามือและรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง
เสียงโทรศัพท์ดังติ๊ง แทรกบรรยากาศเก้อเขิน
ทนาย: 【คุณหนูครับ กล้องวงจรปิดและรายงานเลือดกับยาของคุณถูกส่งไปถึงสถานีตำรวจพร้อมกันแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เจิ้งซูม่านติดคุกแน่ครับ】
【กระทู้ในฟอรั่มถูกลบหมดแล้ว ผู้ปล่อยข่าวลือจะไปขอโทษคุณเสิ่นมู่หรานต่อหน้าครับ】
เจียงหลีสงสัยเลยกดคลิปนั้น
หรี่ตา ขยายดูชัด ๆ
“โถ กล้องวงจรปิดอะไรเนี่ย พิกเซลต่ำมาก ถ่ายรูปสวยขั้นเทพของฉันไม่ออกเลย”
“มุมนี้ดูแกสูงตั้งเมตรแปด” หัวซ่งอิ่งเออร์เข้ามา “ว้าว หุ่นปังมาก”
เจียงหลีเขย่ามือถืออย่างอารมณ์ดี หย่อนก้นลงนั่งข้างเสิ่นมู่หราน “เรื่องในฟอรั่มจัดการหมดแล้ว มีหลักฐานตรง ไม่มีใครแพร่ข่าวลือเรื่องนายอีกแล้ว”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกสาลี่ลอยเข้าใกล้ มือที่กำลังจับชายเสื้อของเสิ่นมู่หรานกระตุกกำเข้า ปลายนิ้วลนลานคลำผ้า แต่บนหน้ายังนิ่งเฉย ร่างกายยังเอนถอยนิด ๆ
เขาโยนสำลีลงถังขยะการแพทย์ ถอยห่างอีกก้าว
“รู้แล้ว”