ในห้องนอนตกแต่งสไตล์อเมริกัน คนที่นอนอยู่บนเครื่องนอนนุ่มสบายหลับอย่างกระสับกระส่าย ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก ราวกับกำลังตกอยู่ในฝันร้าย
“อ๊าก!” เสียงกรีดร้องดังขึ้น คนบนเตียงก็สะดุ้งตื่นในที่สุด
หลินซีตัวสั่นเทา เงยหน้ามองไปรอบ ๆ ผนังสะอาดเป็นระเบียบ เครื่องนอนส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ เฟอร์นิเจอร์ประณีตงดงาม ราวกับว่า...ที่นี่คือสวรรค์
เธอไม่ได้ระเบิดตัวเองตายไปแล้วหรือ? ไม่ได้ตายไปแล้วหรือ? แสงสว่างเจิดจ้าตอนระเบิดทำให้เธอลืมตาไม่ขึ้น ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากในชั่วขณะนั้น ทำให้แม้แต่วิญญาณยังส่งเสียงกรีดร้องด้วยความทรมาน
หลินซีเหม่อลอยอยู่นาน จนกระทั่งเสียงดนตรีที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกหูดังขึ้น
นั่นมัน...โทรศัพท์มือถือ?
รูม่านตาของเธอหดวูบ ไม่รู้ว่าผ่านมากี่ปีแล้วที่ไม่ได้เห็นของประณีตขนาดนี้
“หลินซี? ทำอะไรอยู่ ทำไมยังมาไม่ถึงอีก? คุณหนูใหญ่อารมณ์เสียพอหรือยัง!”
นั่นใครกัน? แล้วยังพูดจาห้วนขนาดนี้อีก?
หลินซีคิดไม่ออกชั่วขณะ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้เธอกดวางสายทันที ก่อนจะเห็นเวลาบนโทรศัพท์ วันที่ 10 มิถุนายน ปี 2124?
นี่คือ...ช่วงเวลาหนึ่งปีก่อนวันสิ้นโลกหรือ?
เธอกลับมาแล้ว กลับมายังช่วงก่อนวันสิ้นโลกงั้นหรือ?!
หลินซีเซไปเซมาจนถึงหน้าต่าง กระชากผ้าม่านออก มองออกไปเห็นภายนอกคฤหาสน์สะอาดเป็นระเบียบ ผิวน้ำในสระว่ายน้ำระยิบระยับ
น้ำ...นั่นคือน้ำสะอาด
หลินซีอยากดื่มน้ำทั้งหมดนั่นให้หมดโดยไม่รู้ตัว
ในกระจกห้องน้ำปรากฏภาพหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้าอิ่มเอิบ ผิวเนียนละเอียด เส้นผมนุ่มสลวย รูปร่างสูงโปร่ง มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยร่องรอยความทุกข์และความเจ็บปวด
หลินซีกระตุกมุมปาก อยากยิ้มสักครั้ง แต่หญิงสาวในกระจกกลับดูแปลกประหลาดกว่าเดิม เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอยยิ้มที่แท้จริงเป็นอย่างไร
เธอหลับตาลง ย่อตัวขดอยู่ข้างอ่างอาบน้ำ
เมื่อครู่ก่อน เธอยังอยู่ในปีที่ 9 ของวันสิ้นโลก ที่ฐานความหวัง ดินแดนยูโทเปียท่ามกลางวันสิ้นโลก
ฐานที่มั่นแห่งนั้นเธอเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ อาศัยความสามารถของผู้มีพลังพิเศษระดับเก้า คอยปกป้องผู้อ่อนแอในวันสิ้นโลก มอบโอกาสให้พวกเขาได้มีชีวิตต่อไป
แต่ผลลัพธ์ล่ะ?
หลังผ่านภัยพิบัตินับไม่ถ้วนมาด้วยกัน คนที่เธอทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อปกป้องกลับหักหลังเธอ คนที่เธอไว้ใจที่สุดฉีดยาระงับพลังพิเศษให้เธอ
“ทำไม? ฉันทำอะไรให้พวกคุณไม่พอใจหรือ?” ดวงตาทั้งสองของเธอแดงก่ำ เอ่ยถามด้วยความโกรธ
จั่วหมิงอี้ มือขวาของเธอ ตอนใกล้ตายเพราะตกอยู่ในมือพวกกินคน เธอเป็นคนช่วยเขาไว้ ทั้งสองร่วมทางกันมาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นวันสิ้นโลก
เขากัดฟันกรอด “ทำไมน่ะหรือ? ฉันเหนื่อยแล้ว พวกเราเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสูง ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีอนาคตที่ดีกว่าและได้รับการดูแลชั้นยอด! ทำไมถึงต้องเฝ้าอยู่ในที่บ้า ๆ นี่ คอยปกป้องพวกอ่อนแอที่สมควรตายไปนานแล้วด้วย! เธอโง่เอง ทำไมต้องลากฉันให้มาลำบากด้วย! เธอเคยช่วยฉันก็จริง แต่หลายปีมานี้ฉันชดใช้คืนจนหมดแล้ว!”
แต่ถ้าไม่อยากอยู่ที่นี่ ทำไมไม่พูดล่ะ?
ถ้านายอยากไปไขว่คว้าอนาคตที่ดีกว่า ฉันจะขัดขวางนายทำไม!
อวี๋เสี่ยวฮวา ถูกกลุ่มโจรชั่วทุบตีจนเกือบตายในอาคารพักอาศัย เธอเป็นคนช่วยเอาไว้
อีกฝ่ายกล่าวอย่างเคียดแค้น “ที่คุณช่วยฉันก็เพราะเห็นว่าทักษะการแพทย์ของฉันมีประโยชน์เท่านั้น แต่ไม่เป็นไร ฉันยินดีติดตามคุณ ทว่าคุณไม่ควรไล่น้องชายฉันออกไป ทั้งที่อากาศหนาวขนาดนั้น เขาถึงได้แข็งตาย! พอใจหรือยัง! คุณช่างใจร้ายเหลือเกิน!”
หึ น้องชายของหล่อนอาศัยอำนาจรังแกเด็กสาวไปตั้งหลายคน แม้แต่เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบก็ยังไม่เว้น สมควรถูกฟันให้ตายด้วยดาบสักที
จ้าวเชียนอวิ๋น...ตอนหลินซีทำลายกลุ่มคนที่ซุ่มโจมตีหน่วยทหาร เธอพบจ้าวเชียนอวิ๋นเปลือยเปล่าอยู่ในห้องใต้ดิน
“พี่ซีซี ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว” สีหน้าของเธอซับซ้อน “การรวมเข้ากับฐานใหญ่แห่งอื่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณล่วงเกินคนไว้มากเกินไป พวกเขาคิดว่าคุณเป็นตัวแปรที่ไม่มั่นคง คุณ...ยอมเสียสละเพื่อพวกเราทุกคนสักครั้ง ก็คงยินดีใช่ไหม!”
หึ ที่หลินซีล่วงเกินพวกผู้มีอำนาจ ก็เพราะยืนกรานจะปกป้องและช่วยเหลือคนอย่างเธอไม่ใช่หรือ?
หลินซีกวาดตามองรอบ ๆ มีคนมามุงดูไม่น้อย ดูท่านอกจากตัวเธอเองแล้ว คนอื่นคงรู้เรื่องนี้กันหมด
“แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้ง...”
“แต่ที่หัวหน้าจ้าวพูดก็ถูกนะ ความแค้นส่วนตัวของหัวหน้าฐานทำให้พวกเราเข้ารวมกับฐานใหญ่ไม่ได้!”
“นั่นสิ ฐานใหญ่เขามีเมล็ดพันธุ์ธัญพืชพันธุ์ใหม่ ฐานเล็ก ๆ อย่างพวกเราจะไปเหมือนเขาได้ยังไง แค่กินให้อิ่มยังทำไม่ได้เลย...”
“เธอก็แค่อยากเป็นหัวหน้าฐานเอง ถึงได้ขังพวกเราไว้ที่นี่ ไม่ยอมให้ไปไหน!”
“รู้ว่าไม่ดี แต่ที่บ้านฉันยังมีเด็กอยู่ จะให้ติดอยู่ในฐานซอมซ่อนี่ไปทั้งชีวิตหรือไง?”
“หัวหน้าฐานใจดีมาโดยตลอด เพื่อพวกเราแล้ว เธอต้องยอมเสียสละแน่...”
เสียงซุบซิบนินทาของคนที่มามุงดูดังเข้าหูหลินซี ทุกถ้อยคำบาดลึกลงในใจ
ที่แท้...ที่แท้คนที่เธอปกป้องมาหลายปีคือคนพวกนี้เองหรือ?
ที่แท้พวกเขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะหักหลังเธอ
ที่แท้พวกเขาลืมกันหมดแล้วว่าตอนมาถึงที่นี่ พวกเขาเหลือเพียงลมหายใจรวยริน หลินซีช่วยชีวิตพวกเขาไว้อย่างไร
ที่แท้ความหวังที่พูดถึงกันมาตลอด สุดท้ายก็เป็นเพียงความเพ้อฝันของเธอ!
คนที่มาพาตัวหลินซีไปคือหลินหยวนและหานจื่ออี้จากฐานเฉวียนเซิ่ง ทั้งคู่เป็นลูกพี่ลูกน้องหญิงของเธอและอดีตคู่หมั้น
“หึ ๆ หลินซี ฉันรู้อยู่แล้วว่าสักวันเธอต้องลงเอยแบบนี้ เธอนี่โง่จริง ๆ เพื่อพวกมดปลวกพวกนี้ ถึงกับเป็นศัตรูกับสถาบันวิจัย แต่ก็ดีเหมือนกัน พอมีเธอแล้ว งานวิจัยของสถาบันต้องคืบหน้าเร็วขึ้นแน่” หลินหยวนคล้องแขนหานจื่ออี้อย่างสนิทสนม
หานจื่ออี้ตบมือหลินหยวนเบา ๆ “หลินซี ถ้าเธอให้ความร่วมมือกับงานของสถาบันวิจัยดี ๆ เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่า ๆ ฉันอาจจะไว้ชีวิตเธอก็ได้”
หลินซีมองทั้งสองคนตรงหน้า ก่อนหัวเราะเบา ๆ “แน่ใจหรือ? ฉันรู้ว่าตัวเองโง่ ฉันยอมรับ! ที่เดินมาถึงวันนี้ก็เป็นเพราะฉันทำตัวเองทั้งนั้น แต่สวรรค์ก็ยังไม่ทอดทิ้งฉัน เดิมทีฉันคิดว่ายังขาดพวกนายสองคน ใจมันก็โหวง ๆ อยู่ ตอนนี้ล่ะก็ มากันครบแล้ว ไปด้วยกันให้หมดเถอะ...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างของหลินซีก็แดงก่ำ เลือดเดือดพล่าน ผิวหนังปริแตก พลังงานระเบิดออกจากร่าง
ผู้มีพลังธาตุไฟระดับเก้าระเบิดตัวเอง พลังทำลายล้างไม่ด้อยไปกว่าระเบิดนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ภายในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ไม่มีใครรอดชีวิต...
ในวินาทีที่หลินซีตาย เธอไม่เหลือความคิดใด ๆ อีกแล้ว แรงระเบิดครั้งเดียวเปลี่ยนความแค้นและความชิงชังทั้งหมดให้กลายเป็นเถ้าธุลี เธอเองก็ใช้ชีวิตมาพอแล้ว จริง ๆ วันสิ้นโลกนี้ไม่มีอะไรให้เธอห่วงอีก ตายเร็วก็จบเร็ว
แต่เธอกลับมาเกิดใหม่
จะต้องเจอวันสิ้นโลกอีกครั้งหรือ?
หลินซีสับสนงุนงง
หรือจะตายตอนนี้เลยดี?
หลินซีปวดหัว ราวกับมีอะไรติดค้างอยู่ข้างใน เจ็บเป็นพัก ๆ
เธอพยายามจับให้ได้ว่าปวดตรงไหน แต่กลับสะดุดล้ม
พอลุกขึ้นยืน เธอก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์ แต่อยู่ในมิติแห่งหนึ่ง
มิตินี้ดูเหมือนเพิ่งผ่านสงครามมา ผืนดินแตกระแหง ต้นไม้เหลืองเกรียม มีบ้านไม้หลังหนึ่งอยู่ แต่ก็พังทลายเหลือเพียงซากปรักหักพัง ทั่วทั้งมิติเต็มไปด้วยควันจนมองเห็นได้ไม่ชัด ทว่า...
เพียงความคิดวูบเดียว หลินซีก็กลับมายังคฤหาสน์อีกครั้ง
เธอเข้าออกมิติอยู่หลายครั้ง อาการปวดหัวก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
แต่เธอก็ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับมิตินี้อยู่บ้าง
มิตินี้สื่อสารกับเธออย่างง่าย ๆ ผ่านทางจิตสำนึก
พลังจิตของเธออ่อนแอเกินไป จึงเข้าไปได้วันละสามครั้งเท่านั้น มิติต้องการพลังงาน ขอเพียงมีพลังงาน มันก็จะค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้น
หลังตื่นขึ้นมา หลินซีถูกข้อมูลมากมายถาโถมใส่ จึงไม่รู้สึกหิว แต่ตอนนี้กลับหิวจนแทบทนไม่ไหว
จริงสิ ตอนนี้วันสิ้นโลกยังมาไม่ถึง มีของอร่อยตั้งเยอะ แถมเธอยังมีมิติด้วย เอาไว้เก็บของอร่อยได้
