ตอนที่ 3 ลูกสาวตีแม่
“อ๊ะ แม่หยิกฉันทำไม”
หลินเยว่เยว่เจ็บจนต้องยกมือขึ้นนวดแขนไม่หยุด ยิ่งสงสัยว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ ๆ มีแม่ที่ไหนทำกับลูกแท้ ๆ แบบนี้
“แม่บอกให้ไปขอเงินเขาอีก 150 ไง น้องชายของแกจะแต่งงาน แกบอกว่าทางบ้านเขาส่งเงินมาให้อีก 200 ไม่ใช่เหรอ เงินล่ะ ไม่ได้มาหรือ”
จางกุ้ยเฟินตบมือ สีหน้าเคืองแค้นที่ลูกไม่เอาไหน
“ขอแล้ว ฉันขอแล้วแน่นอน แต่ฉันขอแล้วเขาไม่ให้ เขายังบอกให้บ้านเราคืนเงินที่เคยให้มาทั้งหมด ฉันกลัว แล้วเขาก็ไปแล้ว”
ยังไงบ้านพักปัญญาชนชนบทก็อยู่ทางหมู่บ้าน โชคดีที่อยู่ห่างจากบ้านพวกเขามาก พรุ่งนี้เช้ากู้จิ่งเยี่ยนก็จะไปแล้ว ขอแค่พวกเขาไม่ได้เจอกันก็พอ
“แกนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ ฉันเลี้ยงแกมาจนโต แกยังขอเงินค่าสินสอดให้น้องชายไม่ได้ แก...แกจะทำให้ฉันโมโหตายจริง ๆ”
จางกุ้ยเฟินมองหลินเยว่เยว่ด้วยสายตาที่รักไม่ให้เก่ง
“โอ๊ย แม่พูดแบบนี้ แม่ไปบอกคนอื่นสิ ดูใครจะเชื่อ ฉันแต่งงานมาสองปีเอาของมาให้ที่บ้านตั้งเท่าไหร่
แม้แต่กางเกงในของกู้จิ่งเยี่ยนยังเอากลับไปให้น้องชายของแม่เลย เงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้ที่บ้านดูสิยังมีอะไรเหลือ
ฉันอยากถามแม่จริง ๆ นะ ว่าฉันเป็นลูกแท้ ๆ หรือเปล่า ทำให้ครอบครัวดี ๆ ของฉันพังทลาย แม่มีความสุขแล้วใช่ไหม”
จางกุ้ยเฟินคาดไม่ถึงเลย ว่าลูกสาวที่เคยเชื่อฟังทุกอย่างจะกล้าเถียงตัวเอง
“แก...แก...แกมันบังอาจนัก ฉันเป็นแม่ของแก แกยังจะมาเอาเรื่องพวกนี้กับฉันอีก แสดงว่ากู้จิ่งเยี่ยนพูดอะไรใส่แกใช่ไหม เขายุให้แกต้านครอบครัวใช่ไหม ข้ารู้ว่าเขามันไม่ใช่คนดี”
หลินเยว่เยว่ได้ยินคำนั้นกลับหัวเราะโดยตรง
“หึ ๆ เขาไม่ใช่คนดี เขาเอาเสบียง เงิน ตั๋วจากบ้านตัวเอง แถมยังเอาเสื้อผ้าของตัวเองมาเลี้ยงดูพวกแม่จนอิ่มหมีพีมัน ยังไม่พอยังโดนแม่พูดว่าเขาไม่ใช่คนดีอีก”
ข้างนอกพี่สะใภ้หลิวที่บังเอิญได้ยินเสียงทะเลาะอยู่ในบ้านก็เดินมาถึงประตู ได้ยินที่หลินเยว่เยว่พูด ใจก็รู้สึกแปลก ๆ
“เกิดอะไรขึ้น หลินเยว่เอ๋อนี่สมองแจ่มใสแล้ว ถึงกล้าโต้แย้งแม่ตัวเอง รู้แล้วว่าที่ทำมาทำผิด แต่ว่ามันสายไปแล้ว ได้ยินว่าปัญญาชนกู้จะไปเรียนมหาวิทยาลัย ไม่กลับมาอีกแล้ว เฮ้อ เด็กสาวดี ๆ คนนี้ ถูกครอบครัวทำลายเสียแล้ว”
จางกุ้ยเฟินได้ยินที่หลินเยว่เอ๋อพูด ยกมือขึ้นจะตบหน้าเธอ กล้ามาคิดบัญชีกับฉัน ยังไง คิดจะเอาคืนด้วยหรือ อย่าคิดเลย
แต่ทว่า จางกุ้ยเฟินยกมือขึ้นได้แล้ว แต่กลับถูกหลินเยว่เอ๋อคว้าไว้กลางอากาศ
“แม่พูดสู้ฉันไม่ได้ก็จะตีฉัน อย่านึกว่าแม่เป็นแม่ของฉันแล้วจะเหยียบหัวฉันไปตลอดชีวิต
วันนี้ฉันจะบอกให้รู้ ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว แม่ไม่อยากให้ฉันมีชีวิตดี แม่ก็แค่จะกดฉันไว้ตลอด ให้ฉันลูกสาวที่แต่งงานไปแล้วคอยเลี้ยงดูพวกแม่
หลินจินเป่าจะแต่งงาน นั่นมันเรื่องของบ้านแม่เอง อย่ามาขอเงินฉันอีก เขาไม่ใช่ลูกของฉัน จะแต่งหรือไม่แต่งก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”
หลินเยว่เอ๋อผลักจางกุ้ยเฟินจนถอยไป จางกุ้ยเฟินถอยหลังไป สะดุดล้มก้นกระแทกพื้น
แล้วก็เริ่มนั่งร้องโวยวายตบต้นขาลงกับพื้น
“เทวดาเอ๋ย ลูกสาวตีแม่แล้ว หลินเยว่เอ๋อจะตีฉันตาย ฉันอยู่ไม่ไหวแล้ว ฉันเลี้ยงลูกอกตัญญูอย่างนี้ออกมาได้ยังไง มาดูกันเร็ว...”
หลินเยว่เยว่ไม่เคยเจอท่าไม้ตายแบบนี้ สมัยก่อนที่เธอเคยอยู่ คงไม่มีใครทำท่าหน้าด้านไร้ยางอายแบบนี้ อาจจะมี แต่เธอไม่เคยเจอจริง ๆ
ไม่นานในลานบ้านก็มีคนเข้ามาดูกันอย่างสนุกสนาน ล้วนแต่พวกป้า ๆ น้า ๆ ในหมู่บ้าน
“นี่มันอะไรกัน แม่ลูกทะเลาะอะไรกัน” ป้าหวางซึ่งยืนอยู่ในฝูงคนทำหน้าประหลาดใจ แถมยังแฝงด้วยความสะใจ
“ใช่ เรื่องนี้ช่างแปลกดี ฉันว่า จางกุ้ยเฟิน แกมาร้องโวยวายทำไม หยูเอ๋อของแกขึ้นชื่อว่าเป็นลูกกตัญญู ขนาดบ้านตัวเองไม่เอา ยังเอาข้าวปลาอาหารและเงินทองส่งให้บ้านแก ยังไง นี่ทำครอบครัวเขาพังในที่สุด แกไม่ควรดีใจหรือ”
อาแป๋เฉินที่สูบบุหรี่ก็ทำท่าดูความสนุกเช่นกัน
หลินเยว่เยว่ฟังคำพูดของคนเหล่านี้ ล้วนแต่พูดเข้าข้างกู้จิ่งเยี่ยน
“ฉันได้ยินว่าปัญญาชนกู้เขาจะไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่พาแกไปหรือ หยูเอ๋อ ถ้าคนไปแล้ว จะกลับมาอีกไหม”
หลี่น่า ผู้หญิงที่เคยชอบกู้จิ่งเยี่ยนในตอนนั้น ตอนนี้อุ้มลูกแล้ว ก็มาดูความตลกของเจ้าของร่างเดิมอย่างเดียว
“เฮ้อ น่าสงสารปัญญาชนกู้จริง ๆ ดันมาเจอบ้านดูดเลือดแบบพวกแก”
“พวกแก...พวกแกพูดแบบนี้ได้ไง พวกเราคือคนหมู่บ้านเดียวกัน พวกแกเข้าข้างคนนอก...”
จางกุ้ยเฟินตั้งใจจะร้องโวยวายให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยพูด เข้ามาช่วยจัดการลูกสาว แต่ไม่คิดว่าคนเหล่านี้เข้ามาก็พูดช่วยกู้จิ่งเยี่ยนคนไร้สำนึกบุญคุณทันที กระโดดตัวลอยขึ้นสูงสามฟุต
“ใช่ ลุงอาป้าทุกคน ตอนนี้ฉันถึงรู้ว่าฉันทำผิดมหันต์จริง ๆ
ฉันมันผิดต่อกู้จิ่งเยี่ยน เมื่อก่อนฉันไม่รู้ความ แม่พูดอะไรฉันก็เชื่อ
แม่ให้ฉันเอาของกินของใช้ ของดี ๆ ในบ้านไปให้บ้านแม่หมด
ถ้าฉันไม่เอาไป นางก็ว่าฉันไม่อกตัญญู ว่าฉันติดหนี้พวกเขา ฉัน...ฉันผิดต่อกู้จิ่งเยี่ยน
ถ้าย้อนเวลาได้ ฉันต้องใช้ชีวิตกับกู้จิ่งเยี่ยนอย่างดีแน่
แต่มันสายไปแล้ว กู้จิ่งเยี่ยน...เขาจะหย่ากับฉัน เขาจะไม่กลับมาอีก อึกอึก ฉัน...ฉันจะเป็นแม่หม้ายแล้ว”
กู้จิ่งเยี่ยนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่รู้สึกถึงความเย็นที่ท้ายทอย ทำไมรู้สึกเหมือนมีใครสาปแช่งเขา
หลินเยว่เยว่ถือโอกาสนี้เปลี่ยนภาพลักษณ์ในสายตาชาวบ้าน เอามือปิดปากทำท่าเสียใจ
ยังไงกู้จิ่งเยี่ยนก็กำลังจะไปแล้ว จะไม่กลับมาอีก ตอนนี้จะพูดอะไรก็ได้ตามใจเธอ หลังจากนี้ที่นี่จะเป็นบ้านของเธอคนเดียว
อ้อ ไม่ใช่ ยังมีอีกคนในท้องด้วย หลังจากนี้พวกเธอสองแม่ลูกจะอยู่กันลำพังในหมู่บ้านนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดขาดกับบ้านแม่ ตัดญาติดีกว่า
ไม่งั้นครอบครัวนี้ต้องไม่มีวันจบสิ้น
“ที่แท้ก็แบบนี้ จางกุ้ยเฟิน แกมีท่าเป็นแม่คนแบบนี้หรือ
มีแม่ที่ไหนบีบบังคับลูกสาวแบบนี้ หยูเอ๋อก็แต่งงานไปแล้ว แกยังมาดูดเลือดเธอทุกวัน
พอเถอะ ตอนนี้ดีแล้ว ทำให้ลูกสาวลูกเขยเลิกกัน สมควรแล้ว”
“ใช่ ฉันก็จะหนีเหมือนกัน ใครกล้าใช้ชีวิตกับลูกสาวแก มีอะไรในบ้านก็ถูกบ้านแกขนไปหมด ชีวิตแบบนี้ที่ไหนจะมีความหวัง”
ป้าหวังก็ถ่มน้ำลายเช่นกัน
ทันใดนั้นทุกคนก็มองจางกุ้ยเฟินอย่างขวางหูขวางตา พูดก็พูดเถอะ มีบ้านไหนบ้างที่ลูกสาวช่วยเหลือบ้านแม่ แต่ก็ต้องมีขอบเขต
อีกอย่าง มีบ้านแม่ที่ดีหลายบ้านที่ช่วยเหลือบ้านลูกสาว ต่างคนต่างช่วยเหลือกัน ใครก็ต้องมีช่วงลำบาก แต่แบบจางกุ้ยเฟินที่ขูดรีดแต่บ้านลูกสาวฝ่ายเดียวนี่หายากนัก
“ที่แท้ก็แบบนี้ เยว่เอ๋อ เธอคิดได้จริง ๆ แล้ว สืบไปชีวิตนี้เป็นของเธอเอง ต่อไปถ้าแต่งงานใหม่ต้องไม่เป็นแบบนี้อีก”
หลี่น่าพูดเตือนสติ ยังไงเธอเชื่อว่า หลินเยว่เอ๋อกับปัญญาชนกู้สองคนต้องเป็นไปไม่ได้แน่
“ใช่ ๆ เยว่เอ๋อ เธอต้องมีความคิดของตัวเอง ไม่งั้นใครจะกล้าแต่งงานด้วย”
จางเถี่ยต้านหัวเราะแหะ ๆ มองหลินเยว่เอ๋อ ผู้หญิงคนนี้สวยที่สุดในหมู่บ้าน ตอนนี้ปัญญาชนกู้ไปแล้ว เธอก็เป็นแม่หม้ายแล้ว ถ้าตัวเองไปให้คนสู่ขอ อาจจะได้แต่งมาอยู่เป็นเมีย
ถ้าเธออยู่กับเขา ต่อไปถ้ายังกล้าเอาของไปให้บ้านแม่อีก เขาต้องจัดการเธอแน่
เขาจะไม่เป็นเหมือนปัญญาชนกู้ ที่อ่านหนังสือมากจนโง่ ให้เมียทำตามใจทุกอย่าง