สวี่จินอันหันไปมองเฮ่อหรานตามสัญชาตญาณ
เขากำลังนั่งคุยกับเจียงสือเยว่ที่อีกฝั่ง ดูเหมือนเจียงสือเยว่จะพูดถึงผู้กำกับคนหนึ่งที่ทั้งคู่เคยร่วมงานด้วย เฮ่อหรานเอียงตัวเล็กน้อย ตั้งใจฟังและตอบรับเป็นระยะ โดยไม่ได้หันมามองทางพวกเธอเลย
สวี่จินอันหันกลับไปมองเหวินซีอีกครั้ง
อีกฝ่ายก้มตาลงแล้ว ปลายนิ้วเรียวยาวกดทับผังรายการ ก่อนจะพลิกไปหน้าถัดไป ประโยคเมื่อครู่ที่ว่า “สายตาแบบนั้นเตรียมล่วงหน้าไม่ได้” หลุดออกจากปากเธออย่างสงบนิ่งและเป็นกันเอง ราวกับนักแสดงคนหนึ่งกำลังวิจารณ์ภาพถ่ายที่ทำออกมาได้ดีเท่านั้น ไม่มีการหยั่งเชิง และไม่มีความหมายอื่นแอบแฝง
แต่เพราะเป็นแบบนั้นต่างหาก ถึงยิ่งทำให้คนเดาไม่ออก
ส่วนจี้ฟ่างที่นั่งอยู่ข้างเหวินซีกลับไม่ปิดบังอะไร เห็นได้ชัดว่าเขาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ จึงรับช่วงต่อทันทีว่า “ผมก็เห็นภาพริมแม่น้ำนั่นแล้ว ครูเฮ่อใส่หน้ากากก็ยังปิดบังแววตาลึกซึ้งไม่ได้ คนถ่ายควรได้โบนัสเพิ่มนะครับ”
ประโยคนี้พูดเสียงดังจนคนในห้องพักหลายคนหันมามอง
เฮ่อหรานเพิ่งจบบทสนทนากับเจียงสือเยว่พอดี เขาเงยหน้าขึ้นตอบว่า “เพิ่มให้แล้ว”
เดิมทีจี้ฟ่างแค่พูดหยอกเล่น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบตรงขนาดนี้ คิ้วจึงเลิกขึ้นทันที
“ดูท่าจะพอใจจริง ๆ สินะครับ”
“เสี่ยวหลินถ่ายรูปเก่งอยู่แล้ว”
“พอใจแค่ฝีมือถ่ายภาพเหรอครับ”
จี้ฟ่างเอนหลังพิงโซฟา ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ผมนึกว่าครูเฮ่อพอใจคนในภาพมากกว่าเสียอีก”
คนในห้องส่งเสียงหัวเราะอย่างรู้กัน
