คำสุดท้ายแผ่วลง บางทีอาจเพราะในใจเธอเองก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีเหตุผลนัก เสียงของสวี่จินอันจึงช้าลง
เธอไม่รู้ว่าตัวเองใส่ใจเรื่องไหนมากกว่ากัน
ระหว่างที่คนอื่นคิดว่าเธอได้บทของเสิ่นอู่เพราะเฮ่อหราน หรือคำว่า “แฟนสาว” ที่ไม่ตรงกับความจริงสักนิด แต่ทุกคนกลับพากันเชื่อไปแล้ว
สถานะนี้มอบโอกาสที่เธอไม่เคยมีให้มาก่อน แต่ก็ทำให้เธอได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกว่าการถูกแสงสว่างของใครอีกคนกลบมิดนั้นเป็นอย่างไร
ที่แย่คือคนที่บดบังเธอไว้คนนั้นคือเฮ่อหราน
เธอไม่อาจโทษเขาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ยิ่งไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอเสียใจกับความเปลี่ยนแปลงที่ความสัมพันธ์นี้นำมาให้
เฮ่อหรานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“เธอไม่รู้จักผู้กำกับเฉิน แล้วก็ไม่รู้จักคุณด้วย”
“แต่คนข้างนอกก็ต้องคิดแบบนั้นกันหมด”
“ก็มีบางคนคิดแบบนั้น”
เขาไม่ได้ปลอบเธอด้วยคำพูดไร้หลักฐานเพื่อปฏิเสธสิ่งที่เธอประเมินไว้
“แต่ข้อสรุปนั้นมาจากสิ่งที่พวกเขามองเห็นในตอนนี้ ไม่ใช่ความผิดของคุณ”
เฮ่อหรานมองสคริปต์บนโต๊ะอาหาร
