เซี่ยมี่เปลี่ยนชุดราตรีที่ใส่ตอนเดินพรมแดงไปแล้ว ตอนนี้เธอสวมชุดราตรียาวสีทองไล่เฉดที่ดูเบาสบายและสง่างาม ชายกระโปรงประดับเลื่อมเม็ดเล็กระยิบระยับ พอเธอขยับเดินช้า ๆ ก็พลิ้วไหวเบา ๆ ราวกับทางช้างเผือกกำลังหมุนวน
เธอยืนตัวตรงสง่า ทุกย่างก้าวมั่นคง เดินไปตามทางสว่างที่ปูด้วยแสงไฟ มุ่งหน้าไปยังกลางเวทีทีละก้าว
เซี่ยมี่รู้ว่าในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมด้านล่างเวทีหรือคนในห้องสตรีมสด ต่างก็มีสายตานับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องเธออยู่
และคนจำนวนมากในนั้นก็เฝ้ามองเธอมาตลอดทาง ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีใครรู้จัก จนมาถึงวันนี้
พวกเธอเป็นทั้งคนที่อยู่เคียงข้างเธอ และเป็นพยานที่เห็นเธอเติบโต
กล้องหลายสิบตัวจับภาพเธอ แสงสปอตไลต์ส่องลงมาบนร่าง ขณะที่สายตาทุกคู่มารวมอยู่ที่เธอ
ในวินาทีนี้ เซี่ยมี่คือนางเอกเพียงคนเดียวบนเวที
จู่ ๆ สถานที่จัดงานอันกว้างใหญ่ก็พลันส่งเสียงอึกทึกครึกโครม
“ดอกไม้พิมาน!”
เซี่ยมี่ได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนเรียก น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความยินดีและภาคภูมิใจราวกับผู้พูดเองก็ได้รับเกียรตินั้นไปด้วย
เธออดยิ้มไม่ได้
เมื่อมีคนเริ่มตะโกน เหล่ามี่ฮวาที่อยู่ด้านล่างเวทีก็ไม่อาจเก็บกลั้นความตื่นเต้นไว้ได้อีก ต่างลุกขึ้นยืนเป็นกลุ่มใหญ่
“ดอกไม้พิมาน! ดอกไม้พิมาน! ดอกไม้พิมาน!”
พวกเธอส่งเสียงเรียกก้องกังวาน เสียงปรบมือดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสถานที่จัดงาน
เสียงตะโกน เสียงโห่ร้อง และเสียงปรบมือประสานกันเป็นชั้น ๆ ก่อนจะโหมซัดไปทั่วราวกับคลื่นยักษ์ ดังจนแก้วหูร้อนผ่าว
จู้สวี่อีเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
ดูท่าผู้ได้รับรางวัลคนนี้จะเป็นที่นิยมมากจริง ๆ
เธอยืนอยู่บนเวที มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล จึงเห็นชัดว่ามีคนตาแดงก่ำขณะปรบมืออย่างสุดแรง และมีแฟนคลับเงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องร่างที่ยืนอยู่กลางเวทีอย่างไม่วางตา แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและซาบซึ้งใจ
