รถไฟแล่นออกจากอุโมงค์อย่างรวดเร็ว ทิวทัศน์นอกหน้าต่างพลันเปลี่ยนจากความมืดมิดกลับมาเป็นกลางวันสว่างจ้า
สว่างจนแทบแสบตา
แววตาของเจียงลี่วั่นมีรอยยิ้ม
เซี่ยมี่มองเขา เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เซี่ยมี่รู้สึกเหลือเชื่อ
เจียงลี่วั่นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
เจียงลี่วั่นจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?
แต่เจียงลี่วั่นก็อยู่ตรงนี้จริง ๆ
ภายในขบวนรถไฟไม่ได้อึกทึก แต่ก็ไม่ได้เงียบสงัด มีเสียงกระซิบกระซาบเป็นครั้งคราว ปะปนกับเสียงคลิปสั้นจากโทรศัพท์มือถือ
เซี่ยมี่ไม่ได้ยินเสียงพวกนั้น ในหัวของเธอว่างเปล่าไปหมด
เธอนึกถึง 30 วินาทีที่ตัวเองยืนลังเลอยู่ตรงทางเข้าสถานี
“นาย...”
คำถามหลุดออกมาเพียงคำเดียว ก่อนจะติดค้างอยู่ในลำคอ
เจียงลี่วั่นมองดวงตาของเธอ หัวใจพลันสั่นไหวและเต้นขาดไปหนึ่งจังหวะ
ที่จริงตั้งแต่เซี่ยมี่บอกเขาว่ากำลังเดินทางไปสถานีรถไฟความเร็วสูง เขาก็เช็กเที่ยวรถที่ใกล้ที่สุดแล้ว
เขารู้ว่าการตรวจตั๋วเริ่มก่อนรถออก 15 นาที และรู้ด้วยว่าจากระยะทางที่เขาอยู่ตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไปถึงก่อนเริ่มตรวจตั๋ว
เขาจึงซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวนี้ทันที
รถของเขาจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถของสถานีรถไฟความเร็วสูง รอให้คนอื่นขับกลับไป
แน่นอนว่าเขาอยู่เมืองเอสได้นานไม่ได้ คืนนี้ยังมีงานต้องจัดการ พอไปถึงเมืองเอสแล้ว เขาก็ต้องหันกลับมานั่งรถไฟความเร็วสูงเที่ยวถัดไปกลับเมืองเอช
