ด้วยความมืดมนในใจ เขาพยายามจะครอบครองบริษัทเซิ่งเหอมาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ
หลังจากที่ฉินอวี๋กุมอำนาจ ความคิดนี้ก็ยิ่งฝังลึกในใจของเขามากขึ้น ตอนแรกเขาไม่เห็นฉินอวี๋อยู่ในสายตาเลย ในมุมมองของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลฉินหวยคอยหนุนหลัง เซิ่งเหอคงเป็นของเขาไปแล้ว และเธอก็คงเอาชีวิตไม่รอด
แต่คนที่เขาไม่เคยใส่ใจกลับประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงกับผลงานชิ้นแรก และยังทำให้ละครเปิดปีของบริษัทเขาพ่ายแพ้ยับเยินอีกด้วย
ช่วงนั้นฉินฮุยโกรธแทบตาย สิ่งที่ทำให้เขาดีใจคือ ฉินอวี๋ทำพลาดเร็วมาก ไปลงทุนทำละครเด็ก ซึ่งเขาขำแทบตาย คิดในใจว่าโง่จริง ๆ ของแบบนี้ไม่มีตลาดจะไปทำทำไม
และเหมือนที่เขาคิดไว้ ละครเรื่องนั้นขายไม่ออกจริง ๆ
ต่อให้ภายหลังสถานีโทรทัศน์เหยียนเฉิงซื้อไป ความสุขของเขาก็ไม่ได้หายไปไหน ถูกสถานีโทรทัศน์ระดับสามซื้อไป จะไปภูมิใจอะไรได้
แต่ไม่นานเขาก็ไม่พอใจอีก เพราะละครห่วย ๆ นี้กลับเรตติ้งดีซะงั้น สถานีที่เคยเรตติ้งรั้งท้ายตลอดกาล กลับติดอันดับ 30 ได้ แล้วสุดท้ายก็ทะยานเข้าไปใน 20 อันดับแรกด้วยซ้ำ
ช่วงนั้นเขาหน้าบูดอยู่บ้านทุกวัน จนคนในครอบครัวงงไปหมด แม้แต่หมายังไม่กล้าเข้าใกล้
แน่นอนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ฉินอวี๋ไม่รู้ ถ้ารู้ก็คงไม่มีเวลามาสนใจเขา เพราะเธอยุ่งมาก
เพราะตอนนี้เริ่มเลือกช่องออกอากาศให้ละครเรื่อง "รักเมื่อตื่น" แล้ว จากพื้นฐานของละครเรื่องก่อน ทุกอย่างราบรื่นกว่ามาก ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ ในที่สุดก็เลือกสถานีโทรทัศน์เผิงเฉิง ส่วนช่องทางออนไลน์ก็ยังเป็นเว็บเลมอนเหมือนเดิม
ครั้งนี้ที่สถานีโทรทัศน์เผิงเฉิงซื้อ "รักเมื่อตื่น" ได้ ก็ทุ่มเงินมหาศาล ครั้งก่อน "เสน่ห์แห่งการกลับบ้าน" ขายไป 1.28 ล้านต่อตอน ฉินอวี๋พิจารณาว่าเป็นละครเรื่องแรก เธอเลยเลือกช่องหลักระดับแนวหน้า นั่นคือสถานีโทรทัศน์ชิงเจียง
แต่ครั้งนี้สถานีโทรทัศน์เผิงเฉิงมองไว้แล้ว ตั้งใจจะซื้อให้ได้ เลยเสนอราคา 2.08 ล้านต่อตอน สูงกว่าอันดับสองอย่างสถานีโทรทัศน์ชิงเจียงที่เสนอ 1.86 ล้านต่อตอนไปมาก
