ในห้องถ่ายทอดสด แม้จะมีผู้ชมเพียงไม่กี่สิบคน แต่หานหลิงก็ยังคงตะโกนเสนออย่างแข็งขัน
ทว่า หน้าจอกลับมีข้อความสงสัยเด้งขึ้นมาไม่หยุด
“สตรีมเมอร์ หยุดโม้ได้แล้ว ข้ามมิติ? ระบบ? แล้วยังต่อต้านญี่ปุ่นอีก? เรื่องที่แต่งนี่ออกทะเลเกินไปแล้ว”
“ใช่แล้ว คิดว่าตัวเองเป็นผู้ถูกเลือกงั้นเหรอ? ทั้งข้ามมิติทั้งระบบ มั่วชัด ๆ ยังจะหาเรื่องให้คนอื่นเชื่ออีก”
“เลิกเสแสร้งแล้วเลิกไลฟ์เถอะ ถ้านายข้ามมิติจริง จะมายืนไลฟ์ที่นี่อีกหรือ?”
“แต่ก็นะ ปืนพร็อพในมือนายน่ะ สมจริงดีนะ ลงลิงก์เลย เดี๋ยวจัดสักกระบอกมาเล่น”
“ใช่! ใช่! ใช่! สตรีมเมอร์ไลฟ์อย่างทุ่มเทก็เพื่อขายของไม่ใช่เหรอ? อย่าพูดให้มาก ลงลิงก์มาเลย โดนใจปืนพร็อพในมือนายแล้ว”
“ต่อให้สตรีมเมอร์ลงลิงก์ พวกนายก็ซื้อของโชว์ในมือเขาไม่ได้หรอก รู้ ๆ กัน”
เมื่อเผชิญกับข้อกังขาของผู้ชมบนหน้าจอ หานหลิงเองก็เตรียมใจไว้แล้ว
เขารู้ดีว่า หากเป็นตัวเขาเอง เมื่อเจอเรื่องเหลวไหลแบบนี้ โดยไม่มีหลักฐานจริง เขาก็ไม่เชื่อเหมือนกัน
แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะเรียกผู้ช่วยมาตอนนี้
เพราะในมือเขามีแค่ปืนยาวกระบอกเดียว
หากเรียกพวกเขามาตอนนี้ เกิดเจอจักรวรรดิญี่ปุ่นที่มีอาวุธครบมือ ก็ไม่ต่างจากเรียกพวกเขามาตายฟรี ๆ
“ทุกคนในครอบครัว สุภาษิตว่าไว้ ปากเปล่าไร้หลักฐาน จะรู้ว่าไม่ได้หลอก พวกคุณเดี๋ยวก็จะรู้”
“เมื่อคืน ผมได้ไปสอดแนมมาหนหนึ่ง พบว่าห่างจากที่นี่ไปสามลี้ มีด่านตรวจของพวกญี่ปุ่นอยู่แห่งหนึ่ง”
“ที่ด่านนั้น มีทหารญี่ปุ่นกับทหารปลอมเฝ้าอยู่ คอยตรวจค้นผู้คนสัญจร”
“จากการสังเกตของผม ที่ด่านนั่นก็แค่สิบกว่าคน ตอนนี้ผมจะย่องเข้าไป เตรียมจัดการด่านตรวจนั้นให้สิ้นซาก”
สิ้นเสียง หน้าจอก็เด้งข้อความถี่ยิบขึ้นอีกครั้ง:
“สตรีมเมอร์ อย่ามาล้อเล่นนะ แค่นายมีปืนกระบอกเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริง ไปก็ตายฟรี! นายคนเดียวตีสิบ รบได้หรือ?”
“หยุดแกล้งกันเถอะ เล่นละครน้ำเน่าเกินไป ถ้านี่เป็นด่านตรวจของพวกญี่ปุ่นจริง ไม่ทันได้ยิงนัดสอง นายก็โดนยิงเป็นตะแกรงแล้ว”
“พวกนายกลัวอะไรกัน ข้าว่าคงเป็นสตรีมเมอร์หานักแสดงสมทบมาไม่กี่คน มายืนทำท่าที หลอกพวกเราให้ส่งของขวัญ”
หานหลิงมองข้อความพวกนี้ โดยไม่มีท่าทีหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย พลางพรางตัว พลางค่อย ๆ ย่องอย่างระมัดระวังไปยังด่านตรวจของพวกญี่ปุ่นที่อยู่ห่างออกไปสามลี้
คนตรงหน้าจอเห็นหานหลิงทำได้แนบเนียน ก็อดไม่ได้ที่จะแซวอีก:
“เฮอะ! ท่าทางนี่ สีหน้าเคร่งเครียดนี่ ไม่ไปเป็นนักแสดงนี่น่าเสียดาย”
ขณะนี้ จำนวนคนในห้องไลฟ์ก็เพิ่มจากยี่สิบสามสิบคนตอนแรก มาเป็นห้าสิบกว่าคน
บางคนที่พึ่งเข้าห้องมาเห็นแล้วยังงง ต่างพากันถามว่าสตรีมเมอร์ทำอะไร?
เมื่อทราบสถานการณ์แล้ว พวกเขาก็ทำหน้าไม่เชื่อเช่นกัน:
“ข้ามมิติ? ระบบ? เรื่องอย่างนี้นี่พวกนายก็เชื่อ? โง่รึเปล่า? ไปละ! ไปละ!”
“เรื่องพวกนี้นี่พวกนายก็เชื่อ? พวกนายคงอ่านนิยายมากเกิน หลอนไปแล้วมั้ง?”
“ยังไงก็ว่าง ขอเฝ้าดูว่าสตรีมเมอร์จะปิดฉากยังไง?”
ไม่นานนัก ด่านตรวจที่พวกญี่ปุ่นตั้งไว้กลางถนน รวมทั้งหานหลิงที่อยู่ไม่ไกลจากด่าน ต่างก็ปรากฏขึ้นในหน้าจอถ่ายทอดสดพร้อม ๆ กัน
กลางถนน ทหารปลอมหลายนายมีแววตาดุร้ายและสีหน้ายโสโอหัง ตะคอกใส่ประชาชนที่ผ่านไปมาอย่างจงใจ
ประชาชนบางส่วนระมัดระวังตัว ไม่กล้าโกรธและไม่กล้าพูด แต่ในใจกลับเกลียดพวกสุนัขรับใช้เหล่านี้เข้าไส้
“ตาแก่” ทหารปลอมนายหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางใช้ปืนยาวขวาง กั้นชายชราที่แบกกระบุงผักสองใบไว้ ตั้งใจถามทั้งที่รู้คำตอบ:
“ในกระบุงนี้ใส่อะไร?”
ยังไม่ทันให้ลุงตอบ เขาก็แย่งกระบุงใบหนึ่งมา ยื่นมือเข้าไปควานหาจุกจิก
ลุงมองดูผักที่กระจัดกระจายหล่นไปทั่วพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด รีบวิงวอนว่า:
“นายท่าน อย่าควานอีกเลย นี่เป็นผักที่ข้าปลูกเอง ข้าก็หวังแค่จะเอาผักนี่ไปแลกยา ซื้อยามาให้น้ำยาหลานชายที่ป่วยของข้าน่ะ”
“ท่านใจดีหน่อยเถิด อย่าควานอีกเลย ควานต่อก็เสียของเปล่า ๆ หมดแล้ว”
แต่ทว่า ทหารปลอมผู้นั้นกลับไม่ฟัง ถ่มน้ำลายแล้วด่าว่า:
“เฮอะ เลิกใช้คำพูดพวกนี้มาหลอกกูได้แล้ว ใครจะรู้ว่าแกพูดจริงหรือโกหก!”
พูดพลางก็เตะกระบุงผักที่อยู่บนพื้นอย่างแรงอีกหนึ่งที
ทุกคนในห้องถ่ายทอดสด เห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ก็เดือดดาลขึ้นมาทันที:
“พวกชาติชั่วนี่ ชอบรังแกคนจริง ๆ”
“อา…! กระทั่งคนแก่ยังปฏิบัติต่อแบบนี้ ยังเป็นคนหรือเปล่า?”
“ทุกท่าน! ทุกท่าน อย่าใจร้อนนะ นี่ของปลอม กำลังเล่นละครกันอยู่ ลองคิดดู แล้วไหนจะมีทหารปลอมมาจากไหน?”
“แต่จะว่าไป พวกเขาแสดงสมจริงดีนะ สีหน้านั่น ท่าทางนั่น เรียกได้ว่าแต่ละคนระดับนักแสดงรางวัลตุ๊กตาทองเลย”
“จริง ๆ แต่พอข้าเห็นสตรีมเมอร์นี่ ข้าก็อดขำไม่ได้ ดูท่าทางระวังระไวของเขานั่นสิ ถ้าไม่รู้ความนึกว่าพวกเขาไปจัดการด่านตรวจพวกผีญี่ปุ่นจริง ๆ นะ?”
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องพักแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยเจียงไห่ หวังหมิ่นหยางที่เพิ่งตีบอลกลับมา เห็นเพื่อนร่วมห้องกำลังจดจ่อกับมือถืออยู่ ก็อดสงสัยไม่ได้ที่จะถาม:
“หลี่เชิง ดูอะไรอยู่? ถึงได้ตั้งใจขนาดนั้น?”
หลี่เชิงไม่ได้หันกลับมา ชี้ไปที่หน้าจอมือถือบนโต๊ะตอบว่า:
“ไอ้หยาง นายไม่รู้ ตรงนี้มีสตรีมเมอร์เพี้ยน ๆ คนหนึ่ง เปิดไลฟ์สด ดันบอกว่าตัวเองข้ามมิติมาในช่วงเวลาต่อต้านญี่ปุ่นของมิติคู่ขนาน จะไปจัดการด่านตรวจพวกผีญี่ปุ่น คิดดูสิฮาหรือเปล่า?”
“เนื้อเรื่องนี่ แม้จะออกทะเลไปหน่อย แต่จะว่าไปตามตรง พวกเขาเล่นได้เนียนดีนะ”
“ข้าก็แค่อยากรู้ สุดท้ายแล้วสตรีมเมอร์คนนี้จะปิดฉากยังไง”
หวังฮ่าวเก็บบาสเกตบอลไว้ เช็ดเหงื่อ แล้วเข้าไปมองใกล้ ๆ ก็ขำ:
“ฮ่า ๆ สตรีมเมอร์สมัยนี้ เพื่อเรียกแขก นี่เล่ห์เหลี่ยมไหนก็ใช้ได้นะ!”
พูดจบ เขาก็ลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่ง เตรียมเฝ้าดูเหตุการณ์จอแจในห้องไลฟ์นี้ ว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร?
ขณะนั้น ภายในห้องถ่ายทอดสด ทหารญี่ปุ่นผู้หนึ่งที่ถูกเรียกว่าอิบุเบะคุมะโอะ เดินเนิบ ๆ ออกมาจากป้อมยาม กวาดตามองผ่านประชาชนที่กำลังผ่านด่านตรวจ
แววตานั้น เต็มไปด้วยความยโสและดุร้าย
ทหารปลอมที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นดังนั้น ก็รีบยิ้มแสยะ งอตัวเข้าไปหา:
“ใต้เท้า! ท่านเหนื่อยแล้ว มาสิ! สูบบุหรี่แก้เหนื่อยหน่อย”
เขาพูดไปพลางล้วงบุหรี่จากซองบุญหรี่ยู่ยี่ ส่งให้ทหารญี่ปุ่นผู้นั้นด้วยสองมืออย่างเคารพ
อิบุเบะคุมะโอะขมวดคิ้ว มองซองบุหรี่นั่นอย่างรังเกียจ แต่สุดท้ายก็รับมาคาบไว้ในปาก:
“ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”
“ใต้เท้าวางใจได้” ทหารปลอมยิ้มแสยะ รีบเอาไม้ขีดออกมา “ฉึบ” เสียงหนึ่งจุดไฟ แล้วยื่นเข้าไปจุดบุหรี่อย่างระมัดระวัง:
“ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ กระผมเฝ้าอยู่ตลอด ไม่มีเค้าลางน่าสงสัยเลย”
“ก็มีก็แต่ตาแก่เมื่อสักครู่ แบกกระบุงผักเน่ามาสองใบ ค้นจนคว่ำแล้ว ก็ไม่เจอแม้แต่ผายลม”
“ด่านตรวจของเรา แม้แต่แมลงวันยังอยากบินผ่าน ยังต้องถูกเราถอนขาทิ้งเลยครับ”
“ใต้เท้า โปรดวางใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ฝีมือกระผม ท่านยังไม่วางใจอีกหรือ?”
“อืม!” อิบุเบะคุมะโอะพ่นควันบุหรี่ มองทหารปลอมนั้นอย่างดูแคลน พูดด้วยภาษาจีนที่ติดสำเนียง:
“แก ทำงานดี ๆ ไป จักรวรรดิญี่ปุ่นจะตอบแทนแกเอง”
ทหารปลอมได้ยินดังนั้น ก็ดีใจแทบแย่ เต็มไปด้วยความประจบสอพลอ พยักหน้ารับไม่หยุด:
“ครับครับครับ ใต้เท้าวางใจได้เลย กระผมขอมอบหมายชีวิตรับใช้จักรวรรดิญี่ปุ่นสุดกำลัง!”
ในห้องถ่ายทอดสด ทุกคนเห็นดังนั้น ข้อความก็ท่วมท้นหน้าจออีกครั้ง:
“แม่งโคตรทรยศ ไร้ยางอายถึงที่สุด”
“ถึงข้าจะรู้ว่านี่เป็นการแสดง แต่พอเห็นหน้าชั่ว ๆ ของทหารปลอมนั่นแล้ว ข้ายังอยากต่อยมันอยู่ดี”
“ข้าก็อยากต่อยมันเหมือนกันนะ”
“ใช่เลย เห็นพวกนี้แล้วมันเดือดดาลจริง ๆ วางก้ามกับคนในชาติตัวเอง แต่พอมองต่อหน้าพวกผี มันกลับเหมือนสุนัข ขยะแขยงชะมัด”
“ไอ้พวกทรยศแบบนี้ น่ารังเกียจยิ่งกว่าหมาตีนบ้านข้าอีก”
“สตรีมเมอร์! เดี๋ยวเล่นให้สมจริงหน่อยนะ ช่วยจัดการไอ้สารเลวทหารปลอมนั่นให้ข้าอย่างสาสมที”
ทันใดนั้นเอง ในตอนนั้นเอง อิบุเบะคุมะโอะตาโตสว่างวาบ
ปรากฏว่าที่ด่านตรวจ มีหญิงสาวอุ้มทารกน้อยคนหนึ่งกับสามีของนางกำลังเดินมายังด่าน เพื่อเตรียมรับการตรวจค้น
หญิงสาวผู้นั้นเต็มไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เบียดตัวแนบชิดอยู่ข้างหลังสามี
ทหารปลอมเห็นอิบุเบะคุมะโอะกำลังใช้สายตาจับจ้องสำรวจอยู่บนกายหญิงสาวนั่น กระจ่างใจในทันใด จึงรีบสาวเท้าไปขวาง เอ่ยตวาดเสียงดัง:
“หยุดนะ! ทำอะไรกัน?”