ได้ยินซ่งซูโหรวพูดแบบนั้น หลินฝูเซิงก็ไม่ได้แปลกใจ
เมื่อก่อนเขาทำเรื่องผิดพลาดไว้มากมาย จนทำให้ซ่งซูโหรวเจ็บปวด
เธอเป็นผู้หญิงที่หยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้น
ตอนนี้เขาคิดจะพูดไม่กี่คำแล้วหวังให้อีกฝ่ายยกโทษให้ คงไม่มีทางเป็นไปได้
หลินฝูเซิงจึงเอ่ยกับซ่งซูโหรวว่า
“ซูโหรว ฉันรู้ว่าเมื่อก่อนฉันทำเรื่องที่ผิดต่อเธอไว้ตั้งเยอะ!”
“ไม่ว่าเธอจะยกโทษให้ฉันหรือไม่ ฉันก็ต้องขอโทษเธอสักคำ”
“เรื่องวันนี้ฉันบุ่มบ่ามไปจริง ๆ เธอไม่อยากช่วยฉันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้”
“แต่ไม่ว่ายังไง ฉันก็ยังหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันต่อไปได้”
พูดจบ หลินฝูเซิงก็แกล้งทำท่าจะเดินจากไป
ซ่งซูโหรวได้ยินเขาพูดเช่นนั้น สีหน้าก็เผยความรู้สึกซับซ้อนออกมา
แววตาของเธอมีความน้อยใจเจืออยู่
ในใจเธอเกลียดหลินฝูเซิง
เมื่อก่อนทั้งคู่เพิ่งคบหาดูใจกันได้ไม่นาน หลินฝูเซิงก็หันไปตามจีบสาวบ้านนอกเสียแล้ว
ทำให้เธอซึ่งเกิดในครอบครัวข้าราชการระดับสูงรู้สึกเหมือนถูกหยามศักดิ์ศรี
เพราะเรื่องนั้น เธอจึงซึมเศร้าอยู่ถึงสองปี
แต่ในใจเธอก็รักหลินฝูเซิงมากเหลือเกินเช่นกัน
ตอนนี้เห็นหลินฝูเซิงกำลังเจอปัญหา แม้ในใจจะคอยบอกตัวเองว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายของผู้ชายเฮงซวยอย่างเขา
แต่พอเห็นเขากำลังจะจากไปจริง ๆ เธอกลับทำใจปล่อยไปไม่ได้
เมื่อเห็นหลินฝูเซิงเดินจากไปอย่างหดหู่ ซ่งซูโหรวก็ยังอดกัดฟันเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ว่า
“เดี๋ยวก่อน”
ได้ยินเสียงซ่งซูโหรว หลินฝูเซิงที่แกล้งทำเป็นเดินออกไปก็หยุดฝีเท้า
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
เป็นอย่างที่คิด ซ่งซูโหรวไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
ผู้หญิงอย่างซ่งซูโหรวที่ภายนอกแข็งกร้าว แต่ภายในอ่อนโยน ทั้งยังหวงแหนคนของตัวเองมาก
