จวนจวนขมวดคิ้ว “เท้าของคุณลุงรองต้องกินยาขม ๆ ด้วยเหรอ”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะจนน้ำตาไหล
จวนจวนมองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงหัวเราะ
คุณท่านซืออาวุโสเช็ดน้ำตาที่หางตา “ไม่ใช่กินยาหรอก แต่เป็นการช่วยให้คุณลุงรองของหนูฟื้นตัวต่างหาก”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง!” จวนจวนพยักหน้าอย่างเข้าใจครึ่ง ๆ กลาง ๆ
ทางฝั่งตระกูลหลิว คนขับรถมารับหมอหวยแล้ว
คุณท่านซืออาวุโสเดินไปส่งเขา “หมอหวย พรุ่งนี้ฉันจะให้คนไปรับคุณ”
“ได้” หมอหวยโบกมือลาเด็กทั้งสอง ก่อนจะเดินตามคนขับรถออกจากตระกูลซือไป
ซือหมิงให้คนไปหาไม้เท้ามา เพื่อให้ซือเทียนใช้ฝึกเดิน
ซือเทียนใช้ไม้เท้าค้ำตัวไว้ ลองขยับขาทั้งสองข้างของตน
ขาของเขานั่งอยู่บนรถเข็นมานาน แม้ปกติจะมีคนช่วยนวดให้ แต่ไม่ได้ขยับมานานเกินไปแล้ว ตอนนี้จะฟื้นฟูกลับมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แค่มีความรู้สึกก็ถือเป็นปาฏิหาริย์แล้ว เขาค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ความรู้สึกยามเท้าเหยียบพื้นยังอ่อนแรงอยู่บ้าง
จวนจวนเดินตามอยู่ข้างกายเขา เขาก้าวไปหนึ่งก้าว เธอก็ก้าวตามหนึ่งก้าว ราวกับผู้คุมงานตัวจิ๋วที่เข้มงวด
“คุณลุงรอง สู้ ๆ!” เธอยังคอยให้กำลังใจเขาเป็นระยะ
ซือเทียนมองสีหน้าเล็ก ๆ ที่จริงจังของเธอ จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากแต่งงานขึ้นมา หากตัวเองมีลูกสาวน่ารักแบบนี้สักคน คงมีความสุขมากแน่ ๆ
ทำไมจู่ ๆ ถึงรู้สึกอิจฉาพี่ใหญ่ขึ้นมานะ
“คุณลุงรองเหนื่อยแล้วเหรอ” จวนจวนเห็นเขาหยุดนิ่ง จึงเงยหน้ามอง
“ไม่หรอก คุณลุงรองแค่กำลังคิดอะไรบางอย่าง” ซือเทียนขยับไปข้างหน้าอีกก้าว
