“คนนอกอะไรกัน เสี่ยวชุนเป็นคนที่ผู้กองสิงของเราเชิญมา” หนิวเฉียวเป่าตอบกลับอย่างไม่พอใจ ลู่ซวงที่เอ่ยปากขึ้นมาสีหน้าไม่สู้ดีนัก ครั้งก่อนที่เกิดคดีฆาตกรรมหน้าโรงพยาบาล เธอยอมรับว่าลายมือบนกระดาษนั่นถูกต้อง แต่ใครจะรับประกันได้ว่าไม่ใช่ความบังเอิญ?
ลู่ซวงสูดลมหายใจลึก “ฉันไม่อยากทะเลาะกับนาย วันนี้มาเพื่อวาดภาพเด็กที่ถูกลักพาตัว เธอเรียนการตรวจพิสูจน์เอกสารมากับอาจารย์เฉิ่น แต่วันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรให้ตรวจพิสูจน์”
“สหายเสี่ยวชุนได้รับอนุมัติพิเศษจากท่านหัวหน้าให้เข้าทีมเฉพาะกิจ 6.19 มาวาดภาพเด็กกับพวกเรา”
“เธอ? วาดภาพ?” ลู่ซวงหัวเราะเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “ผู้กองสิง เรื่องคราวก่อนก็ไม่แน่ว่าจะเป็นโชคล้วน ๆ นายให้เด็กมาวาดภาพนี่เล่นตลกรึเปล่า?”
“อีกอย่างแผนกเทคนิคของเรารับคนจากวิทยาลัยศิลปะประจำจังหวัดมาแล้ว เรื่องนี้เขาเพียงพอแล้ว”
“เสี่ยวเฟิง เข้ามาหน่อย”
ชายหนุ่มสวมแว่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าเล็กน้อยทักทายพวกเขา “ผู้กองสิง สารวัตรหนิว สวัสดีครับ ผมเฟิงเยี่ยนจากแผนกเทคนิค”
“ผู้กองสิงคิดว่าเสี่ยวเฟิงสู้เด็กห้าขวบไม่ได้เหรอ?”
น้ำเสียงของลู่ซวงเจือความยั่วยุอยู่มาก
“นั่นก็ไม่แน่ คราวก่อนเรื่องลายมือเธอยังสู้เสี่ยวชุนไม่ได้เลย” หนิวเฉียวเป่ากลอกตาแล้วพึมพำ เสี่ยวชุนที่อยู่ข้าง ๆ กลั้นไม่ไหวหัวเราะพรืดออกมา
ลู่ซวงหน้าแดงก่ำ “นั่นเพราะอาจารย์เฉิ่นต่างหาก”
“พอเถอะ เรื่องนี้ฉันไม่ได้ปรึกษาเธอ และไม่มีเวลาเถียงด้วย นี่เป็นสิ่งที่หัวหน้าสั่งการ”
