ใบหน้าของฟู่โย่วอันเกร็ง ริมฝีปากค่อนข้างซีด เด็กน้อยวัยที่ยังเก็บความรู้สึกไม่อยู่ แววตาฉายความลนลาน
“ไม่ ไม่รู้จัก”
สิงหย่งจ้องมองเขานิ่ง ๆ “รู้จักหรือเปล่า”
“คุณลุงตำรวจ นี่คุณจะทำอะไร จะขู่เข็ญรีดคำรับสารภาพหรือ ฉันจะแจ้งความผิดคุณ” หยางชุนเหล่ยพรวดเข้ามายืนขวางหน้าฟู่โย่วอัน สาวน้อยวัยใสเปี่ยมความกล้าแบบไม่เกรงกลัวใคร
สิงหย่งโบกมือ หัวเราะเสียงเย็น “แจ้งความผิดฉันงั้นหรือ หยางตัวอวี๋ผู้เสียชีวิตมีจี้สร้อยคอของเขากำอยู่ในมือ ตอนนี้เขาอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย แม้จะพาตัวไปสอบสวนก็ถูกต้องตามกฎหมาย เด็กน้อย เธอจะแจ้งความผิดฉันเรื่องอะไร”
หน้าของหยางชุนเหล่ยเปลี่ยนเป็นแดงก่ำแล้วก็ซีดเผือด แม่ของเธอตรงเข้ามาจับแขนกระชาก “แกนี่มันหาเรื่องตายดี ๆ กล้าตะโกนใส่ตำรวจ”
สาวน้อยเต็มไปด้วยความโกรธและไม่ยินยอม จ้องเขม็งใส่สิงหย่ง “ใครจะรู้ว่าไม่ใช่หยางตัวอวี๋ที่ขโมยไป”
“พูดจาไร้สาระ ตัวอวี้ที่น่าสงสารของข้าบริสุทธิ์ เจอเงินสองร้อยหยวนยังส่งไปให้สถานีตำรวจ หล่อนไม่มีทางขโมยของเด็ดขาด!” คุณยายของหยางตัวอวี๋ในฝูงชนโพล่งขึ้นมาอย่างเดือดดาลจนเสียงสั่น “สหายตำรวจ ตัวอวี้ของข้าเป็นเด็กดีจริง ๆ พวกคุณโทรไปถามสถานีตำรวจในอำเภอเราได้ เรื่องนี้คนแก่ไม่ได้โกหก”
สิงหย่งมองท่าทีตื่นเต้นของนางที่เอามือกุมหน้าอก นึกได้ว่าแต่ก่อนยายคนนี้ป่วยไม่สบายเลยส่งหยางตัวอวี๋มาที่นี่ จึงเดินเข้าไปหา “คุณยายใจเย็นก่อนนะครับ เราจะสืบสวนคดีนี้ให้กระจ่างอย่างจริงจัง”
ยายน้ำตาไหลพราก
“สหายตำรวจ ตัวอวี้ของข้าเป็นเด็กดี วันที่หล่อนหายไปยังโทรมาบอกข้าว่าจะเก็บหลอดยาสีฟันไปแลกเงินซื้อของกินให้ข้า ว่าตอนนี้ได้เข้าโรงเรียนแล้ว ได้เรียนรู้ พร้อมตั้งใจสอบเข้ามหาวิทยาลัย แล้วจะกตัญญูเลี้ยงดูข้า หล่อนจะน้อยใจแล้วหนีไปเรื่อยเปื่อยได้ยังไงกัน”
สิงหย่งพยักหน้า “เราจะสืบสวนให้กระจ่าง”
ยายมองแววตาจริงจังและเคร่งขรึมของสิงหย่ง แล้วยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
นอกลานบ้านยายร่ำไห้โศกเศร้าปานจะขาดใจ แต่ในลานบ้านครอบครัวของหยางเกินฟา ตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ ล้วนมีแต่ความรำคาญและขายขี้หน้า แม้แต่พ่อแท้ ๆ ของหล่อนก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
