ซูหว่านหว่านชักมือกลับอย่างรวดเร็ว กัดริมฝีปากล่างแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด
“ชิงเหอ”
เธอข่มหัวใจที่เต้นกระหน่ำกับความโลภที่พลุ่งพล่านไว้ ก่อนทำสีหน้าแสนเจ็บปวดราวกับหญิงผู้ยึดมั่นในความบริสุทธิ์
“นี่ไม่ใช่เรื่องเงินเลยจริง ๆ
มันเป็นสิ่งเดียวที่คุณย่าทิ้งไว้ให้ฉัน เป็นร่องรอยสุดท้ายของท่านที่หลงเหลืออยู่บนโลกนี้ ฉันขายไม่ได้จริง ๆ”
เซี่ยชิงเหอหัวเราะเยาะในใจ
ช่างเป็นสิ่งเดียวที่เหลือไว้ให้ระลึกถึงเสียจริง
ในนิยายต้นฉบับ ซูหว่านหว่านถึงกับไม่ไปพบคุณย่าเป็นครั้งสุดท้าย เพราะตอนนั้นมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานเลี้ยงของลูกเศรษฐี
ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นหลานกตัญญูเสียแล้ว
นี่คงเป็นเพราะรัศมีนางเอกของนิยายต้นฉบับกำลังทำงาน วิถีสวรรค์ถึงได้คอยปกป้องคนโปรดของมัน
ไม่อย่างนั้น คนอย่างเธอจะเป็นนางเอกได้ยังไง?
แต่เซี่ยชิงเหอไม่เชื่อเรื่องพรรค์นั้นหรอก
“สองล้าน”
เซี่ยชิงเหอไม่รับมุกเรียกคะแนนสงสารของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เธอเพิ่มราคาเป็นสองเท่าทันที
“ราคาสุดท้าย จะขายไหม?”
พอได้ยินตัวเลขสองล้าน ซูหว่านหว่านก็รู้สึกขาอ่อน ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะ
เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นเงินมากขนาดนี้มาก่อน เธออยากได้มันจริง ๆ
แต่ความหวาดหวั่นประหลาดในใจก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดเช่นกัน
เธอกุมคอเสื้อแน่น กดจี้หยกที่อยู่ใต้เสื้อแนบอก น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ขาย! ชิงเหอ อย่าบังคับฉันเลย ฉันขายของที่คุณย่าทิ้งไว้ให้ไม่ได้!”
เธอส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง ราวกับถูกทำให้เจ็บช้ำน้ำใจอย่างแสนสาหัส
เซี่ยชิงเหอมองท่าทางหวงแหนไพ่ตายของอีกฝ่าย ในใจก็คิดแผนได้แล้ว
แย่งตรง ๆ ไม่ได้ ก็เปลี่ยนวิธี
“ได้ ไม่ขายก็ไม่ขาย”
เซี่ยชิงเหอพลันหน้าขรึม น้ำเสียงแฝงความดูแคลนและรำคาญ
“ทำอย่างกับฉันอยากได้หินผุ ๆ ของเธอนักนี่
เอาอย่างนี้ ฉันให้สองล้าน ยืมไปเล่นแค่สองเดือน
เธอพูดอยู่ตลอดว่าเราเป็นเพื่อนรักกัน ยืมไปเล่นสองเดือนยังไม่ได้เลยหรือไง?”
“เดือนหน้าฉันจะไปงานเลี้ยงย้อนยุคของพวกคนในแวดวง พอดีขาดของเก่าโทรม ๆ แบบนี้ไว้เข้ากับชุดราตรีตัวใหม่
ถ้าเรื่องเล็กแค่นี้เธอยังไม่ช่วย ต่อไปก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนรักกันอีก”
เซี่ยชิงเหอเลียนแบบท่าทีเอาแต่ใจของคุณหนูผู้ร่ำรวยที่เบื่อง่ายและชอบบีบบังคับคนอื่นได้อย่างแนบเนียน
เธอจำเป็นต้องมาต่อรองกับซูหว่านหว่านแบบนี้ เพราะตอนนี้วันสิ้นโลกยังไม่เกิดขึ้น
ถึงบ้านเธอจะร่ำรวยแค่ไหน ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นถ้ามีคนเปิดโปงขึ้นมา ธุรกิจที่บ้านก็จะได้รับผลกระทบ
เธอไม่อยากกลายเป็นศัตรูของคนมากมายตั้งแต่ตอนนี้ แบบนั้นไม่คุ้มเลย
ซูหว่านหว่านชะงักไป!
เธอไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยชิงเหอจะยอมจ่ายสองล้าน เพียงเพื่อยืมจี้หยกของเธอไปเล่นสองเดือน?
แต่เธอรู้จักนิสัยของเซี่ยชิงเหอดี
ชุดราตรีสั่งตัดราคาหลายล้าน ใส่ครั้งเดียวก็ทิ้ง กระเป๋าราคาหลายแสน ใช้สองวันก็เปลี่ยนใบใหม่
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เซี่ยชิงเหอก็แค่ชอบลองของใหม่
ในเมื่อไม่ได้ขาย แค่ยืมไปสองเดือน
นอกจากไม่ต้องเสียของที่คุณย่าทิ้งไว้ให้แล้ว ยังได้เงินก้อนโตมาฟรี ๆ สองล้าน
มีเงินก้อนนี้ เธอก็ซื้อของแบรนด์เนม ไปทำศัลยกรรม แล้วกลายเป็นคนสวยสง่าเหมือนเซี่ยชิงเหอได้!
ซูหว่านหว่านเริ่มใจอ่อนอย่างสิ้นเชิง
เธอแกล้งกัดริมฝีปาก ทำท่าลำบากใจแต่จำยอม
“ก็ได้ งั้นให้ยืมสองเดือน
พอเล่นจนเบื่อแล้วต้องคืนให้ฉันนะ จี้หยกชิ้นนี้สำคัญกับฉันมากจริง ๆ”
เซี่ยชิงเหอไม่อยากฟังเธอพูดพล่าม “พอแล้ว เธอก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันเป็นคนยังไง”
เธอลุกขึ้นทันที โน้มตัวข้ามไปแล้วกระชากเชือกสีแดงที่คอของซูหว่านหว่านออกมา
ท่าทางหยาบกระด้าง ไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
คอของซูหว่านหว่านถูกเชือกรัดจนเป็นรอยแดงทันที ความเจ็บทำให้เธอสูดปาก
ยังไม่ทันได้ร้อง เซี่ยชิงเหอก็ยื่นบัตรอีกใบให้ซูหว่านหว่าน
“ในบัตรมีสองล้าน รหัสคือวันเกิดฉัน”
เซี่ยชิงเหอกำจี้หยกไว้ในมือ ไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความอีก เธอหันหลังเดินฉับ ๆ ออกไปทางประตู
ซูหว่านหว่านนั่งอยู่บนโซฟา มือทั้งสองข้างกำบัตรธนาคารไว้แน่น
ความยินดีปรีดาระเบิดขึ้นในอก
เธอไม่เพียงเก็บจี้หยกไว้ได้ ยังได้เงินสองล้านมาฟรี ๆ อีก!
เซี่ยชิงเหอคนโง่ คิดจริง ๆ หรือว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้ทุกอย่าง?
พอเจอเรื่องน่ายินดีแบบนี้ เธอก็ลืมถามเรื่องเซี่ยชิงเหอกับตงเย่หมิงไปเสียสนิท
---
รถลิมูซีนลินคอล์นจอดอยู่ด้านนอกลานบ้าน
พอเซี่ยชิงเหอขึ้นรถ ก็สั่งคนขับให้ยกฉากกั้นเก็บเสียงระหว่างเบาะหน้าและเบาะหลังทันที
ห้องโดยสารกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างมิดชิดในพริบตา
เธอรอไม่ไหวแล้ว ของวิเศษระดับท้าทายสวรรค์แบบนี้ จะปล่อยให้คนอื่นแย่งไปอีกไม่ได้เด็ดขาด
เธอก้มมองจี้หยกในฝ่ามือ
เนื้อหยกธรรมดา แถมยังขุ่นมัว ผิวขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ มองยังไงก็เหมือนหินผุ ๆ ที่แผงลอยขายสามก้อนสิบหยวน
แต่ของชิ้นนี้เองที่ทำให้ซูหว่านหว่านได้เป็นราชินีแห่งวันสิ้นโลก
เซี่ยชิงเหอล้วงมีดพกเล่มเล็กออกจากกระเป๋าอย่างไม่ลังเล
แล้วแทงลงบนนิ้วชี้ของตัวเอง
หยดเลือดผุดออกมาทันที
เธอกดปลายนิ้วที่มีเลือดซึมลงบนผิวจี้หยก
เลือดสีแดงเข้มไม่ได้ไหลลงมาตามเนื้อหยก แต่ถูกผิวขุ่นมัวดูดซับจนหมดในพริบตา
จี้หยกที่เคยหม่นหมองพลันมีแสงวูบไหวจาง ๆ
วินาทีถัดมา
เซี่ยชิงเหอรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามืดสนิท แรงไร้น้ำหนักมหาศาลถาโถมเข้ามา
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ไม่มีเบาะหนังแท้ ไม่มีไฟเพดานรถ
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผืนดินดำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ดินอุดมสมบูรณ์ส่งกลิ่นหอมเฉพาะของผืนดิน
ไกลออกไป แนวภูเขาเขียวทอดยาวซ่อนอยู่ในม่านหมอกบาง
ไม่ไกลจากปลายเท้ามีตาน้ำพุวิญญาณใสสะอาดจนมองเห็นก้นบ่อ ไอสีขาวบาง ๆ ลอยออกมาจากปากบ่อ
อากาศภายในมิติสดชื่น สบายอย่างยิ่ง
พื้นที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นขอบ นี่แทบจะเป็นโลกใบเล็กที่แยกเป็นเอกเทศโดยสมบูรณ์!
เซี่ยชิงเหอย่อตัวลง ใช้มือรองน้ำพุวิญญาณขึ้นมาดื่ม
หวานชื่น เย็นใส
สายน้ำไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง ก่อนแปรเป็นกระแสอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เพียงดื่มไม่กี่อึก ความเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยจากเมื่อคืนก็ทุเลาลงไปกว่าครึ่ง
เธอดื่มต่ออีกหลายอึก ความเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยทั่วร่างหายไปจนหมด แม้แต่ผิวพรรณก็ขาวผ่องเนียนละเอียดขึ้นกว่าเดิม
นี่คือน้ำพุวิญญาณที่ชำระล้างคริสตัลซอมบี้และไวรัสซอมบี้ได้งั้นหรือ?
ตอนนี้มันเป็นของเธอแล้ว!
เธอเดินสำรวจรอบมิติหนึ่งรอบ ก่อนออกมาจากมิติอีกครั้ง
แล้วก็พบเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าเดิม
เวลาในมิติกับโลกภายนอกไหลผ่านในอัตราส่วนสิบต่อหนึ่ง!
นั่นหมายความว่าเธอมีเวลาเหลือเฟือในมิติสำหรับปลูกพืชอาหารและเลี้ยงสัตว์
เมื่อสติกลับสู่ห้องโดยสาร จี้หยกก็หายไปแล้ว ที่หน้าอกของเธอมีปานสีแดงโบราณปรากฏขึ้นแทน
ไพ่ตายที่สำคัญที่สุดสำหรับวันสิ้นโลกอยู่ในมือเธอแล้ว
ต่อไปก็ถึงเวลาตุนเสบียงอย่างบ้าคลั่ง
“ลุงหลิน โทรแจ้งที่บ้านด้วย ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้ ให้พ่อแม่รออยู่ที่บ้าน”
เซี่ยชิงเหอกดปุ่มสื่อสาร น้ำเสียงเย็นเฉียบ
ตลอดหนึ่งเดือนนี้ เธอต้องแข่งกับเวลาเพื่อตุนเสบียง
รถลิมูซีนสีดำแล่นฉิวไปตลอดทาง ก่อนจอดสนิทตรงหน้าประติมากรรมน้ำพุของคฤหาสน์บนเนินเขาตระกูลเซี่ย
เซี่ยชิงเหอเปิดประตูรถ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนราคาแพง ส่งเสียงกังวานถี่รัว
เธอพุ่งตรงเข้าไปในห้องรับแขกหรูหราโอ่อ่า
