ดึกสงัด ทุกสรรพสิ่งเงียบงัน
ชาวหมู่บ้านเหอพันต่างเข้าสู่ห้วงนิทรากันไปนานแล้ว ใต้ต้นโสนญี่ปุ่นไม้เก่าแก่กลางหมู่บ้าน เงาดำตัวเล็กเตี้ยหลายเงาค่อย ๆ ย่องมารวมตัวกัน
“มาครบกันหรือยัง” ดวงตาคู่หนึ่งของเสี่ยวสือโถวเป็นประกายระยิบระยับใต้แสงจันทร์
เสี่ยวหู่บอกว่า “หนูมาแล้ว”
โกวตั้นตอบว่า “มาแล้ว”
เสี่ยวฮวาบอกว่า “หนูก็มาแล้ว”
เสี่ยวเฉาบอกว่า “อยู่นี่”
เสี่ยวสือโถวเห็นว่าทุกคนมาครบแล้ว จึงถามต่อว่า “เอาของที่ให้เตรียมมาครบไหม”
เสี่ยวหู่ชูถุงป่านขึ้นมา “นี่ถุงป่านที่บ้านหนู”
โกวตั้นเกาแก้ม “ที่บ้านหนูเหลือแค่นี่แล้ว”
มันคือตะกร้าสานไม้ไผ่
ส่วนของที่เสี่ยวฮวาถืออยู่คือถุงผ้าใบเล็กที่เย็บจากเสื้อผ้า “หนูกับเสี่ยวเฉาใช้ด้วยกัน”
ในเมื่อเตรียมของพร้อมแล้ว ต่อจากนี้ก็แค่ไปจับกบเท่านั้น
“ไป!” เสี่ยวสือโถวโบกมือ เด็ก ๆ หลายคนเดินตามติด ๆ ไปข้างหลังเขา
สำหรับพวกเขา ทุกซอกทุกมุมในหมู่บ้านนี้ล้วนคุ้นเคยเป็นอย่างดี สถานที่จับกบที่ดีที่สุดคือในนาข้าว และต้องไปตอนกลางคืน
แสงจันทร์สาดลงบนผืนนา ผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเงิน
ยังไม่ทันเข้าใกล้ พวกเขาก็ได้ยินเสียงกบร้องแล้ว
เสี่ยวสือโถวทำสัญญาณมือ “พวกเธอเดินเบา ๆ อย่าทำให้กบตกใจหนีไปล่ะ”
คืนนี้แสงจันทร์สว่างจ้า เสี่ยวสือโถวย่อตัวลง กางมือทั้งสองข้าง แล้วฉวยจังหวะที่กบไม่ทันระวังพุ่งเข้าไปจับได้ตัวหนึ่ง
“จับได้แล้ว!”
เด็ก ๆ ตาเป็นประกาย มองเขาด้วยความชื่นชม
เสี่ยวสือโถวเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ “พวกเธอรีบไปจับกันเถอะ จับให้พี่สาวเทพธิดาเยอะ ๆ”
ทุกคนตอบพร้อมกันว่า “ได้!”
