ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง สวี่เจี้ยนเย่ถูกปวดฉี่จนตื่น งัวเงียลากรองเท้าผ้าออกไปข้างนอก
พอเดินมาถึงกลางลานบ้าน เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ท่ามกลางแสงยามเช้าอันพร่าเลือน มีเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่กลางลานบ้าน ราวกับผีไม่มีผิด
สวี่เจี้ยนเย่สะดุ้งโหยง ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เกือบร้องออกมาเสียงดัง
เพ่งมองดูให้ชัดถึงเห็นว่าเป็นเสิ่นจี้
“คุณ...คุณจะทำคนตกใจตายหรือไง” สวี่เจี้ยนเย่ตบอก หัวใจยังเต้นรัว “เสิ่นจี้ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้”
เสิ่นจี้หันมามองเขาแวบหนึ่ง คิ้วขมวดเล็กน้อย ขยับริมฝีปากเอ่ยออกมาคำเดียวว่า “เสียงดัง”
สวี่เจี้ยนเย่ “……”
เขาหัวเราะด้วยความโมโห “คุณยังมาว่าฉันเสียงดังอีกเหรอ คุณมายืนเป็นท่อนไม้เงียบ ๆ อยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้ามืด ฉันเกือบถูกคุณทำให้ตกใจตายแล้วรู้ไหม”
เสิ่นจี้ไม่สนใจเขาอีก หันกลับไปมองข้างหน้าเหมือนเดิม
ตอนนั้นเองสวี่เจี้ยนเย่ถึงนึกขึ้นได้ว่า เจ้าหนุ่มทึ่มนี่คงกำลังรอจาวจาวตื่นอยู่สินะ
เมื่อวานน้องสาวบอกให้เขามาตอนฟ้าสว่าง เขาก็มาตอนฟ้าสว่างจริง ๆ
“จะเข้าไปนั่งรอข้างในไหม” สวี่เจี้ยนเย่ถาม เพราะเห็นใจเขาเป็นหลัก
เสิ่นจี้ไม่พูดอะไร
สวี่เจี้ยนเย่ส่ายหน้า ขี้เกียจจะถือสาคนทึ่ม พอเข้าห้องน้ำเสร็จออกมา ก็เห็นเสิ่นจี้ยังยืนท่าเดิมไม่เปลี่ยน
เขาถามเสิ่นจี้อีกครั้งว่าจะเข้าไปรอในบ้านไหม
“ไม่เข้ามาจริง ๆ เหรอ”
เสิ่นจี้ส่ายหน้า
สวี่เจี้ยนเย่จึงไม่ถามอีก
ฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้น คนอื่น ๆ ในบ้านสวี่ก็ทยอยตื่น
โจวจินฮวาเป็นคนแรกที่ผลักประตูออกมา พอเห็นเสิ่นจี้ยืนอยู่ในลานบ้าน เธอก็อึ้งไปครู่หนึ่งกว่าจะได้สติ “……”