หัวหน้าหมู่บ้านถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนยกลำโพงขึ้นพูดว่า “ทุกคนโปรดฟัง วางงานในมือไว้ก่อน แล้วรีบไปรวมตัวกันที่ลานนวดข้าว มีเรื่องสำคัญจะประกาศ ขอย้ำอีกครั้ง รีบไปรวมตัวกันที่ลานนวดข้าว”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา ต่างพากันงุนงง
ไม่ใช่หรอกน่า พวกเขายังทำงานกันอยู่เลย! ทำไมถึงมีเรื่องให้ทำทุกวันนักนะ?
“เรื่องอะไรถึงได้รีบร้อนขนาดนี้?”
“คงไม่ได้จะเรียกประชุมอีกหรอกนะ? นี่มันเที่ยงวันแสก ๆ แล้ว...”
“ไม่ไปได้ไหม? ฉันยังไถแปลงนี้ไม่เสร็จเลย!”
“นั่นสิ มีเรื่องอะไรก็พูดพรุ่งนี้ไม่ได้หรือไง?”
โจวจินฮวายืดตัวขึ้น เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วมองจาวจาวที่อยู่ไม่ไกล “ลูกสาว คงไม่ใช่เรื่องของหวังฟู่กุ้ยหรอกนะ?”
สวี่จาวจาวหรี่ตาแล้วพยักหน้า “น่าจะใช่”
เธอหันไปมองเสิ่นจี้ที่ยังก้มหน้าก้มตาไถดินอยู่ พอผู้ชายคนนี้เริ่มทำงานก็จะตั้งใจเป็นพิเศษ เมื่อครู่เสียงลำโพงดังขนาดนั้น เขายังไม่มีปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
“เสิ่นจี้ พักสักหน่อย” สวี่จาวจาวเรียกเขา
เสิ่นจี้จึงหยุดมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาวางจอบลงอย่างว่าง่าย แล้วเดินมาหาสวี่จาวจาวอย่างเชื่อฟัง
“ไปกันเถอะ ไปดูเรื่องสนุกกัน” สวี่จาวจาวพูด
“เรื่องสนุก?”
“ก็ไปดูลิงแสดงละครไง สนุกมากเลย”
สวี่จาวจาวพาเขาเดินไปข้างหน้า
คนในบ้านสวี่เดินตามฝูงชนไปยังลานนวดข้าว
ระหว่างทางพวกเขาพบชาวบ้านหลายคนที่มีสีหน้าสงสัย ทุกคนต่างคาดเดากันเซ็งแซ่
“หรือว่าข้าวจะไม่พอแบ่งกัน?”
“คงไม่มั้ง ยังไม่เริ่มเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเลย...”