ว่างซีรอจนฟ้ามืดสนิท ก่อนหยิบยาแห่งฝันร้ายที่ใช้เวลาปรุงมาตลอดทั้งวันขึ้นมา สวมผ้าคลุมล่องหน แล้วมุดเข้าไปในกระจกเงาวิปลาส
แสงสีฟ้าสว่างขึ้นอย่างไร้เสียง สามวินาทีต่อมา ว่างซีก็ปรากฏตัวในห้องน้ำของห้องพักผู้ป่วย
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง แล้วเงี่ยหูฟัง
เสียงเครื่องติดตามสัญญาณชีพดังติ๊ด ๆ เสียงเครื่องช่วยหายใจพ่นลมเป็นครั้งคราว และเสียงแตรรถจากถนนด้านล่างนอกหน้าต่าง ไม่มีเสียงอื่นอีก
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ว่างซีก็ล้วงยาออกฤทธิ์กล่อมประสาทอีกขวดจากกระเป๋าเป้ เปิดฝาแล้วปล่อยให้ตัวยากระจายออกมา
ผ่านไปราวหนึ่งนาที จึงได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอดังมาจากด้านนอก
ว่างซีเดินออกไป เอาปากขวดยาฝันร้ายยัดใส่ปากว่างเหยียน แล้วกรอกยาลงไป
ลูกกระเดือกของว่างเหยียนขยับขึ้นลง เขากลืนยาเข้าไป ก่อนคิ้วจะเริ่มขมวดเข้าหากัน
ว่างซีลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง แต่ไม่ได้เริ่มคัดลอกในทันที
เธอเฝ้ามองก่อน
ไม่นานนัก ลูกตาใต้เปลือกตาของว่างเหยียนก็เริ่มกลอกไปมา
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ริมฝีปากขยุกขยิกส่งเสียงครางอู้อี้เป็นพัก ๆ บางครั้งไหล่ก็กระตุกอย่างแรง แขนทั้งข้างเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน ก่อนจะกระตุกกลับไป
เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตรงขมับ ไหลผ่านโหนกแก้มลงไปซึมบนปลอกหมอนจนเกิดรอยเปียกสีเข้มเป็นวงเล็ก ๆ
ว่างเหยียนขมวดคิ้ว อ้าปากค้าง ดูราวกับปลาที่ถูกโยนขึ้นฝั่ง
ว่างซีเอนหลังพิงเก้าอี้ วางศอกบนที่วางแขน แล้วเกยคางไว้บนหลังมือ นั่งชมภาพตรงหน้าอย่างเงียบสงบ
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งในชาติก่อน
ตอนนั้นไอ้สารเลวนี่กอดหลี่ซือหยาไว้ แล้วพูดว่า “ซือหยา เธอว่าคนเราไม่ได้นอนเจ็ดวันจะเป็นยังไง? ฉันอยากรู้จัง”
หลี่ซือหยาก็สั่งให้คนฉีดยาให้เธอจริง ๆ
