เมื่อได้ยินคำพูดขององค์ชายสาม ร่างของเฉินเหวินหย่วนก็สั่นสะท้านเล็กน้อย
ใช่ว่าเขาไม่เคยไปหาเฉินฉางอานเพื่ออ่อนข้อให้ แต่เฉินฉางอานในยามนี้มิใช่คนไร้ความสามารถที่ใครในจวนสกุลเฉินจะกลั่นแกล้งได้ตามใจอีกต่อไป อีกฝ่ายไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย
ตอนนั้น เฉินฉางอานยังเป็นเพียงพ่อค้า
แต่บัดนี้เขากลายเป็นจอหงวนคนใหม่ ได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาท พลิกชะตาทะยานขึ้นสูง เกรงว่าคงยิ่งไม่แสดงสีหน้าดี ๆ ให้เขาเป็นแน่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮูหยินจ้าวก็หน้าซีดเผือด มือทั้งสองกำแขนเสื้อแน่น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย
นางเป็นธิดาของอาจารย์ใหญ่ไท่ฟู ให้ไปขอโทษลูกนอกคอกผู้นั้น มิสู้ให้นางตายเสียยังดีกว่า!
เฉินเหวินหย่วนสูดลมหายใจเข้าลึก ประสานหมัดกล่าวว่า “องค์ชาย ก่อนที่ลูกทรพีผู้นั้นจะสอบได้จอหงวน กระหม่อมก็ไปหาเขาแล้ว ตั้งใจจะรับเขากลับจวนสกุลเฉิน แต่เขาไม่เพียงไม่รับน้ำใจ ยังกล่าววาจาล่วงเกินกระหม่อมอีกด้วย...”
เขาถอนหายใจยาว เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “บัดนี้เขาสอบได้จอหงวน กำลังได้รับพระเมตตา อีกทั้งยังเป็นที่โปรดปรานขององค์ชายใหญ่ นับเป็นช่วงที่กำลังได้ใจ เกรงว่าเขาคงยิ่งไม่เห็นกระหม่อมอยู่ในสายตา หากไปหาเขาในเวลานี้ ก็มีแต่จะไปขายหน้าเท่านั้น...”
สายตาขององค์ชายสามเจิดจรัส เขากล่าวว่า “ด้วยวัยและความดีความชอบของเฉินฉางอาน วันหน้าย่อมได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ หากดึงเขามาอยู่ฝ่ายเราได้ การควบคุมสถานการณ์ในราชสำนักของพวกเราก็จะยิ่งมั่นคงขึ้นอีกขั้น...”
เขาหันไปมองสามีภรรยาเฉินเหวินหย่วนอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ใต้เท้าเฉิน ท่านเป็นญาติทางสายเลือดเพียงคนเดียวของเขาในโลกนี้ บิดาก้มหัวให้หลายครั้งแล้ว บุตรจะไม่เห็นแก่สายสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างไร หากพวกท่านลดทิฐิลง แล้วไปขอโทษยอมรับผิดอย่างจริงใจ ก็ยังมีโอกาสแก้ไขความสัมพันธ์ได้...”
