จวนสกุลจ้าว
นับตั้งแต่ก่อนสิ้นปี เฉินฉางอานย้ายกลับจวนสกุลเฉินและยึดโถงใหญ่ไปครอบครอง ฮูหยินจ้าวก็โกรธจนกลับไปอยู่บ้านเดิม และไม่เคยย้ายกลับไปอีกเลย
ผู้คนต่างกล่าวหาว่านางเป็นแม่เลี้ยงใจร้าย ไร้ความใจกว้างต่อผู้อื่น ช่วงแรกนางยังกลัดกลุ้มกับเรื่องนี้ ทว่าพอนานวันเข้า ก็เริ่มชินชา
อย่างไรเสีย บรรดาศักดิ์สตรีพระราชทานของนางก็ถูกริบไปแล้ว ชื่อเสียงก็ย่อยยับจนป่นปี้ ไม่มีสิ่งใดให้สูญเสียอีก นางจึงตัดสินใจปล่อยตัวตามยถากรรม อาศัยอยู่ในตระกูลจ้าวต่อไป จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเฉินฉางอานให้ขุ่นเคืองใจ
ทว่าแม้จะเก็บตัวอยู่แต่ในจวนจ้าว ไม่ค่อยออกไปไหน นางก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้ยินข่าวคราวของเฉินฉางอาน
อย่างเช่น วันแรกที่เขาเข้าสถาบันหานหลิน ก็ทะเลาะกับผู้อำนวยการสถาบันหานหลิน หรือการประชันระหว่างแนวคิดใหม่กับแนวคิดเก่า เฉินฉางอานเอาชนะจ้าวรุ่ยในท้ายที่สุด จนฝ่าบาททรงมอบหมายภารกิจสำคัญในการปฏิรูปกิจการด้านการศึกษาให้เขา ช่วงนี้ยังได้ยินมาว่าเขาแต่งนิทานเรื่องหนึ่ง คล้ายจะเกี่ยวกับลิง ชื่อไซอิ๋ว ทั้งเมืองกำลังอ่านกันอยู่...
เมื่อครู่สาวใช้สองคนกำลังพูดคุยถึงเนื้อเรื่องไซอิ๋ว ถูกฮูหยินจ้าวตำหนิไปยกหนึ่ง บัดนี้ยังคงถูกสั่งให้คุกเข่าอยู่ตรงนั้น
นางเดินออกจากเรือนด้วยความขุ่นเคือง มุ่งหน้าไปยังที่พักของเฉินฉางเซวียน
ฮูหยินจ้าวคิดได้แล้วว่า ชาตินี้หากนางต้องการพลิกสถานการณ์ ก็มีเพียงพึ่งพาบุตรชายเท่านั้น
ฉางเซวียนกับเฉินฉางอานเกิดจากบิดาคนเดียวกัน ไม่มีเหตุผลที่เฉินฉางอานทำได้ แล้วฉางเซวียนจะทำไม่ได้ เขาเพียงแต่รักสนุกและเกียจคร้านเกินไป ขอเพียงตั้งใจสักหน่อย ในการสอบคัดเลือกข้าราชการครั้งหน้า ก็ใช่ว่าจะสอบได้ตำแหน่งจอหงวนมาเชิดหน้าชูตานางไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ ช่วงหลายวันนี้นางจึงเข้มงวดกับฉางเซวียนเป็นอย่างยิ่ง
