เดินทอดน่องออกจากป้อมหิน กลิ่นเนื้อหอมฉุนเข้มข้นก็ลอยมาแตะจมูก
กองไฟขนาดใหญ่ลุกโชนอยู่กลางค่าย เสียงเปลวไฟแตกเปรี๊ยะ ๆ พร้อมสะเก็ดไฟที่กระเด็นไปทั่ว ส่องสว่างรอบด้านจนเห็นชัด
เหล่าผู้ลี้ภัยหลายคนกับออร์คร่างยักษ์กลุ่มหนึ่งนั่งล้อมกองไฟ บรรยากาศชวนให้รู้สึกประหลาดและกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก
ลาวฝูกับพวกนั่งหดตัวเป็นกลุ่ม กอดชามเปลือกไม้ไว้แน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
พวกออร์คเองก็นั่งเกร็งกันอย่างเห็นได้ชัด ร่างใหญ่โตแข็งทื่อขณะนั่งยองอยู่บนพื้น
โดยเฉพาะมนุษย์หมาป่าแผงคอเทาหลายตัวนั้น กรงเล็บแหลมจิกลงในดินแน่น ดวงตาวอกแวก ราวกับกลัวว่าจะเผลอไปทำให้ใครไม่พอใจ
หลิงจู่เดินเข้าไปอย่างไม่ยี่หระ เลือกก้อนหินที่ค่อนข้างเรียบแล้วหย่อนก้นนั่งลง
เขารับชามเนื้อตุ๋นใบใหญ่จากลาวฝู แล้วคว้าเนื้อชิ้นหนึ่งยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างไม่เกรงใจ
เนื้อค่อนข้างเหนียว แถมยังมีกลิ่นดินติดมานิดหน่อย แต่ในสถานที่ห่วยแตกแห่งนี้ก็นับว่าเป็นอาหารชั้นเลิศแล้ว
หลิงจู่กลืนเนื้อลงท้องไม่กี่คำ ก่อนเช็ดคราบมันที่ปากลวก ๆ แล้วกวาดตามองพวกออร์คที่ก้มหน้าซดน้ำแกงเงียบ ๆ
“ไม่ต้องทำตัวเป็นใบ้กันไปหมดหรอก ที่นี่ไม่มีกฎหยุมหยิมอะไรนัก”
หลิงจู่พยักพเยิดไปทางมนุษย์ช้างหยกขาวที่นั่งขัดสมาธิอยู่รอบนอก
“เจ้าตัวโตนั่น ชื่ออะไร?”
ตามธรรมเนียมของโลกต่างมิตินี้ ทาสไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร่วมโต๊ะกินข้าว นับประสาอะไรกับการนั่งล้อมกองไฟเดียวกับพวกขุนนาง
มนุษย์ช้างได้ยินดังนั้นก็รีบวางอ่างไม้ในมือลง งวงใหญ่หนาขดไปมาด้วยความประหม่า
