ทุกปีเมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน อุตสาหกรรมการบินพลเรือนก็จะก้าวเข้าสู่ฤดูพายุฝนฟ้าคะนองอันมืดมนที่สุด
บนจอเรดาร์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยา กลุ่มสีแสดงสภาพอากาศผืนใหญ่ปรากฏขึ้น ตั้งแต่สีเขียวไปจนถึงเหลืองและแดง กระทั่งสีม่วง ซึ่งบ่งบอกถึงระดับความรุนแรงของสภาพอากาศ
สถานีอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่า ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของคืนนี้เป็นต้นไป นครเหอจะมีฝนตกหนักปานกลางถึงหนัก พร้อมพายุฝนฟ้าคะนองระยะสั้น
ในห้องควบคุมการบินของหน่วยบังคับการเข้าใกล้สนามบินนครเหอ เมิ่งลี้เยว่กำลังจับตาระบบอัตโนมัติตรงหน้า คอยออกคำสั่งแบบเรียลไทม์ให้เครื่องบินในเซกเตอร์ที่เธอรับผิดชอบ
“ตงฟาง 5478 ขึ้นไประดับความกดอากาศมาตรฐาน 3600”
“จงหนาน 6943 หน่วยบังคับการเข้าใกล้นครเหอตรวจจับเรดาร์ได้แล้ว ลดระดับลงไปที่ 2700 และรักษาระดับไว้”
“หนานฟาง 8244 ยกเลิกข้อจำกัดระดับความสูง ขึ้นไประดับความกดอากาศมาตรฐาน 2100”
“จีเสียง 1060 ลดความเร็วลงเหลือ 180”
เธอออกคำสั่งให้เครื่องบินหลายลำปรับระดับความสูงขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการควบคุมอย่างเป็นระเบียบ เธอนำเครื่องบินทุกลำในน่านฟ้าที่ถูกสภาพอากาศเลวร้ายปกคลุมไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยา สีเหลืองและแดงบนจอเรดาร์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะนั้นเอง มีเที่ยวบินหนึ่งในพื้นที่เรียกเข้ามาทางคลื่นวิทยุ
“หน่วยบังคับการเข้าใกล้นครเหอ น่านฟ้าตะวันตกเฉียงเหนือ 7855 ระดับความสูง 2400 รักษาทิศทางบิน 180 องศา”
เมิ่งลี้เยว่จ้องสัญญาณเครื่องบินที่มีหมายเลขเที่ยวบินกำกับบนจอระบบ ซึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า ก่อนออกคำสั่งตามสถานการณ์ “น่านฟ้าตะวันตกเฉียงเหนือ 7855 หน่วยบังคับการเข้าใกล้นครเหอตรวจจับด้วยเรดาร์ได้แล้ว ไม่สามารถรักษาทิศทางบินปัจจุบันได้ เลี้ยวขวาไปที่ทิศทางบิน 210”
ต่างจากการควบคุมหอบังคับการบิน หน่วยบังคับการเข้าใกล้รับผิดชอบการนำทางเครื่องบินในพื้นที่เหนือสนามบิน ตั้งแต่ความสูง 500 เมตรไปจนถึง 6000 เมตร
คืนนี้มีพายุฝนฟ้าคะนอง เส้นทางบินปกติจึงถูกจำกัด เที่ยวบินน่านฟ้าตะวันตกเฉียงเหนือ 7855 ลำนี้เลยไม่อาจบินตามทิศทางที่กำหนดไว้ได้
ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่อยากทำตามคำสั่งง่าย ๆ ถึงกับถามกลับผ่านคลื่นความถี่สูงว่า “ต้องอ้อมทางขวาอย่างเดียวหรือ คืนนี้อากาศที่กวางโจวก็ไม่ดีเหมือนกัน ดีเลย์มานานพอแล้ว น่านฟ้าตะวันตกเฉียงเหนือ 7855”
น้ำเสียงติดบ่นอย่างเห็นได้ชัด การดีเลย์เป็นเวลานานคงทำให้กัปตันคนนี้หงุดหงิดจนอดระบายออกมาไม่ได้
เมิ่งลี้เยว่ปล่อยบินเดี่ยวมาสามปีแล้ว จึงเป็นผู้ควบคุมการบินของหน่วยบังคับการเข้าใกล้ที่มีประสบการณ์ เธอไม่ได้ตามใจอีกฝ่าย กดปุ่ม PTT ที่ไมโครโฟนแล้วปฏิเสธตรง ๆ “น่านฟ้าตะวันตกเฉียงเหนือ 7855 ดิฉันไม่ได้เป็นคนทำให้คุณดีเลย์ บินอ้อมตามขั้นตอนต่อไป”
เพื่อนร่วมงานผู้สังเกตการณ์ที่เข้าเวรด้วยกันข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นชูนิ้วโป้งให้เธอ
คนทำงานควบคุมการบินอย่างพวกเธอบางครั้งก็จนปัญญา เครื่องบินในน่านฟ้ามีมากมายขนาดนี้ พอเจอวันพายุฝนฟ้าคะนอง พื้นที่ปลอดภัยก็แคบอยู่แล้ว ใคร ๆ ก็อยากบินตรงเพื่อประหยัดเวลาและลงจอดให้เร็วขึ้น แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร
เมิ่งลี้เยว่กำลังจะออกคำสั่งใหม่ จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในคลื่นวิทยุเดียวกัน น้ำเสียงเกียจคร้านต่ำทุ้ม แฝงความสะใจอยู่เล็กน้อย “พูดได้ถูกต้อง”
เธอหันไปมองจอเรดาร์ทันที พบว่ามีเครื่องบินเพิ่มเข้ามาในเซกเตอร์ของเธอหนึ่งลำ
ไม่นาน น้ำเสียงเกียจคร้านชวนให้หลงใหลนั้นก็ดังขึ้นในหูฟังของเธออีกครั้ง “หน่วยบังคับการเข้าใกล้นครเหอ สวัสดีครับ”
เสียงของเขาผสมปนเปไปกับเสียงรบกวนจากคลื่นวิทยุ แต่ก็แทบทำให้ใบหูของเธออ่อนระทวยไปครึ่งหนึ่ง
พร้อมกันนั้น ใบหน้าอันหล่อเหลาและคมเข้มของชายคนนั้นก็ผุดขึ้นมาในความคิด
ริมฝีปากบางของเขาขยับเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้หัวใจคนฟังหวั่นไหวต่อ
“จงหนาน 8966 พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งครับ”
…สายการบินจงหนานหรือ
เมิ่งลี้เยว่แปลกใจอยู่บ้าง เขาไม่ได้อยู่กับสายการบินต่างประเทศหรอกหรือ
เที่ยวบินส่วนใหญ่ที่เขาปฏิบัติการก็เป็นเส้นทางระหว่างประเทศ แทบไม่ค่อยมีเที่ยวบินมานครเหอ และถึงจะมีอยู่บ้าง ก็ไม่เคยตรงกับวันที่เธอเข้าเวร
ย้ายสายการบินตั้งแต่เมื่อไรกัน
ความคิดที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจอยู่เพียงชั่วครู่ เมิ่งลี้เยว่ก็กลับมาใจเย็นและสุขุมดังเดิม เธอออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จงหนาน 8966 ลดระดับลงไปที่ 3000 และรักษาระดับไว้”
จงหนาน 8966 ซึ่งบินมาจากสนามบินผู่ตงและกำลังเตรียมลงจอดที่นครเหอ เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างแอร์บัส เอ330 ภายในห้องนักบินมีลูกเรือสามคน
เสียงสาวหวานที่ดังมาจากระบบสื่อสารทำให้ผู้ช่วยนักบินอดสั่นสะท้านไม่ได้ “พี่เจิง ผมไม่ได้โกหกพี่ใช่ไหม ช่วงนี้เวลาเครื่องบินของหลาย ๆ ลูกเรือบินมานครเหอ ถ้าเจอผู้ควบคุมการบินผู้หญิงคนนี้ ก็จะหาทางพูดกับเธอเพิ่มอีกสองสามประโยค!”
ผู้สังเกตการณ์ที่นั่งอยู่แถวหลังยิ้ม “เสียงหวานจริง ๆ ด้วย”
พวกเขาคุยกันอย่างออกรส ส่วนชายที่นั่งจ้องมาตรวัดตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจว่า “ก็ใช้ได้”
“แค่ใช้ได้เองเหรอครับ หรือว่าตอนพี่อยู่สายการบินต่างประเทศ เคยเจอผู้ควบคุมการบินที่เสียงหวานกว่านี้”
สีหน้าของหลี่ฝู่เจิงค่อนข้างเรียบเฉย น้ำเสียงสบาย ๆ “ไม่ทันสังเกต”
“แล้วเมื่อกี้พี่ยังช่วยเถียงแทนกัปตันจากน่านฟ้าตะวันตกเฉียงเหนือ ผมนึกว่าพี่ชอบเสียงเธอเหมือนกันเสียอีก”
“แค่เบื่อ ๆ”
ระหว่างติดต่อกับศูนย์ควบคุมการบินอีกครั้ง หลังได้รับคำแนะนำอยู่ครู่หนึ่ง เสียงหวานใสก็ส่งมอบภารกิจของเขาให้แก่หอบังคับการบิน
หลี่ฝู่เจิงบิดคอไปมา เที่ยวบินนี้ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว แต่การลงจอดในวันพายุฝนฟ้าคะนองถือเป็นบททดสอบฝีมือการบินของกัปตันอย่างแท้จริง
กางแฟลป ลดความเร็วเครื่องบิน จับสัญญาณร่อนลง กางล้อ ลดคันเร่ง ลงจอดในจังหวะที่เหมาะสม แล้วเปิดระบบทวนแรงขับของเครื่องบิน…
ครั้งนี้เขาจงใจลงจอดให้หนักขึ้นเล็กน้อย แม้ลำตัวเครื่องบินจะสั่นสะเทือนค่อนข้างชัด แต่ก็ลงแตะรันเวย์ได้อย่างมั่นคง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน
“ฟ้าแลบข้างนอกนั่น… ผู้โดยสารคงตกใจกันแย่” ผู้สังเกตการณ์หันกลับไปมองด้านหลัง ตั้งใจเงี่ยหูฟัง “ยังมีคนปรบมือด้วยนะ”
“ดูเหมือนครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา มีแค่เที่ยวบินของเราที่ลงจอดได้ โชคดีที่พี่เจิงพาพวกเราอ้อมจากทางใต้สองรอบ”
หลี่ฝู่เจิงปลดเบรก มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ เขาย้ายมาสายการบินจงหนานและกลายเป็นกัปตันแอร์บัส เอ330 ที่อายุน้อยที่สุด มีคนมากมายกำลังจับตาดูผลงานของเขา
แม้จะมีแรงกดดัน แต่เขาไม่เคยกังวลเลย
หลังตรวจสอบเครื่องบินก่อนลงจากเครื่องและส่งมอบภารกิจกับช่างซ่อมบำรุงซึ่งรับผิดชอบงานภาคพื้นเรียบร้อยแล้ว ลูกเรือก็ลงจากเครื่องบินและออกจากเขตควบคุม
พอถึงลานจอดรถ เขาเพิ่งนั่งเข้าไปในรถ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
คนที่โทรมาคือทางบ้าน แม่ของหลี่ฝู่เจิงถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ฟ้าร้องคืนนี้น่ากลัวจริง ๆ ลูกลงจอดอย่างปลอดภัยแล้วใช่ไหม”
“ครับ แม่ไม่ต้องห่วง”
“อย่างนั้นก็ดี…” แม่ของหลี่ฝู่เจิงเปลี่ยนเรื่องแล้วเริ่มเร่งให้เขาแต่งงานอีกครั้ง “ต่อให้ลูกพาสะใภ้ผมทองตาฟ้ากลับมา แม่ก็ยอมรับทั้งนั้น ประเด็นคือจนป่านนี้ยังไม่มีใครเลยต่างหาก!”
กระจกมองหลังสะท้อนดวงตาคมเข้มของชายหนุ่ม เขาพิงพนักเก้าอี้แล้วพูดอย่างสบาย ๆ ว่า “แม่ไม่ต้องอ้อมค้อมหรอก พูดมาตรง ๆ เลยครับ”
“สมกับเป็นลูกชายแม่จริง ๆ! พรุ่งนี้ลูกหยุดงาน ตอนบ่ายสอง ที่ร้านกาแฟตรงทางแยกถนนหลินอวี้ แม่ช่วยนัดคนให้ลูกไปดูตัวแล้ว ไปเจอหน่อยไหม”
รู้ดีว่าถ้าปฏิเสธก็จะต้องถูกบ่นต่อไม่หยุด หลี่ฝู่เจิงจึงยอมตอบตกลงในที่สุด “รู้แล้วครับ”
…
เมิ่งลี้เยว่ทำงานหนึ่งวันหยุดสองวัน ในแต่ละวันทำงาน เธอควบคุมการบินสองชั่วโมง แล้วพักสองชั่วโมง
ฟังดูเหมือนสบาย แต่การควบคุมการบินเข้าใกล้มีแรงกดดันสูง บางครั้งต้องออกคำสั่งต่อเนื่องกว่าสิบคำสั่งภายในเวลาไม่กี่สิบวินาที ห้ามผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว
เมื่อวานเธอทำงานตั้งแต่เก้าโมงครึ่งตอนเช้าจนถึงสามทุ่มครึ่ง คำสั่งสุดท้ายที่ออกไปคือให้เที่ยวบินจงหนาน 8966 ติดต่อหอบังคับการบิน
หลี่ฝู่เจิง
หลังตื่นจากการนอน เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของคนคนนั้นยังคงตามรบกวนเธอไม่หยุดในความฝัน
ทั้งที่ช่วงหนึ่งเธอไม่ได้คิดถึงเขาเลยแท้ ๆ
เธอส่ายหน้า กินมื้อกลางวันแล้วล้างหน้าแปรงฟันอย่างง่าย ๆ ก่อนออกจากบ้าน เมิ่งลี้เยว่รับปากแม่ไว้แล้วว่าวันนี้จะไป… ดูตัว
เอาเข้าจริงก็แค่ไปให้พ้น ๆ เธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจ หน้าสดไร้เครื่องสำอาง เสื้อผ้าก็แต่งตัวตามสบาย
เมื่อไปถึงที่หมาย เธอก็เดินเข้าไปอย่างผ่อนคลาย แต่พอสายตาแตะเข้ากับร่างที่กำลังเอนพิงเคาน์เตอร์บาร์ จิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ทั้งร่างของเธอก็แข็งค้างไปทันที
