“เมิ่งลี้เยว่ ไม่เจอกันนานเลยนะ ได้ยินว่าเธอแต่งงานกับหลี่ฝู่เจิงแล้วเหรอ นกกระจอกกลายเป็นหงส์แล้วสินะ ตอนนี้คงมีความสุขมากเลยล่ะสิ”
หลักที่ว่าหน้าตาสะท้อนจิตใจ เมิ่งลี้เยว่เพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ตอนนี้เอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ พวกเซี่ยเพ่ยตั้งแต่เด็กจนโตต่างก็มีใบหน้าที่ชวนให้รู้สึกเย่อหยิ่งและปากร้าย
เมื่อได้พบเธออีกครั้ง เมิ่งลี้เยว่ก็แทบไม่มีความรู้สึกใด ๆ หวั่นไหวแล้ว มีเพียงความรู้สึกขบขันอยู่บ้าง
“เธอไม่เห็นโพสต์ขอโทษของซวี่โม่ตี้ในโมเมนต์เหรอ เธอกับหยวนหรานต่างก็ได้รับกรรมแล้ว วันนี้ยังกล้ามาวางอำนาจต่อหน้าฉันอีก คิดว่าฉันทำอะไรเธอไม่ได้หรือไง”
“...แล้วมันยังไงล่ะ ฉันก็แค่พูดในนามของตัวเองว่าฉันไม่ชอบเธอ แค่นี้ไม่ได้หรือไง!”
“ได้สิ ในเมื่อเธอชินกับการเป็นหมาของซวี่โม่ตี้ ชอบพุ่งเข้าใส่เพื่อเธอ เห่าหงิง ๆ ฉันก็ห้ามรสนิยมแบบนี้ของเธอไม่ได้หรอก”
ตอนนี้ฝีปากของเมิ่งลี้เยว่คมกริบขึ้นมาก ที่จริงแล้วขอแค่ตัวเองเข้มแข็งขึ้น ก็ไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกใครทำร้ายอีก
แม้แต่พวกคนที่เคยกลั่นแกล้งจนทำให้เธอฝังใจ พอต้องเผชิญหน้าอีกครั้งตอนนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย
เซี่ยเพ่ยไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธออีกต่อไปแล้ว อั้นอยู่นานก็ทำได้เพียงหน้าแดงก่ำ คิดคำโต้แย้งไม่ออกสักคำ
เธอกำหมัดแน่น “เธอก็แค่แต่งงานกับหลี่ฝู่เจิงแล้วคิดว่าตัวเองเก่งนักใช่ไหม แล้วมันยังไงล่ะ ใคร ๆ ก็หานักบินได้ทั้งนั้น แฟนฉันก็เป็นนักบินของสายการบินแห่งชาติเหมือนกัน!”
น่าเสียดายที่อวดอยู่ตั้งนาน เมิ่งลี้เยว่กลับถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเพียงว่า “แล้วไง?”
