“วันนี้คุณบินแค่สองเที่ยวเองนี่นา ฉันต้องทำงานถึงหนึ่งทุ่มครึ่งกว่าจะเลิก”
หลี่ฝู่เจิงเหลือบมองเบาะหลังอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนตอบเสียงเรียบผ่านข้อความเสียงว่า “อือ ลงแล้ว เดี๋ยวไปรับ”
ห้องนักบินเงียบกริบทันที
นักบินสองกับน้องไช่ที่นั่งอยู่เบาะหลังต่างพากันเงียบงัน
เสียงผู้หญิงที่ส่งข้อความเสียงให้พี่เจิง... ทำไมถึงคุ้นหูนัก? ถ้าพวกเขาไม่ได้ฟังผิดไป เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนก็เพิ่งได้ยินเสียงนี้มา
น้องไช่จิกนิ้วลงบนขากางเกงแน่น ในใจร้อนรนจนแทบอยู่ไม่สุข
แต่เขาก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าถาม
ตอนออกจากห้องนักบิน น้องไช่แอบสบตากับนักบินสองหนุ่ม อีกฝ่ายก็ขยิบตายุกยิกให้เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดไปในทางเดียวกัน
หลี่ฝู่เจิงหิ้วกระเป๋านักบินเดินนำอย่างสุขุม แล้วสวมแว่นกันแดดกลับขึ้นสันจมูกอีกครั้ง บดบังอารมณ์ทั้งหมดในดวงตา
การกระทำบางอย่างเมื่อครู่เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน แม้แต่สมองของเขายังตอบสนองไม่ทัน
เขาไม่ทันได้ห้ามตัวเองด้วยซ้ำ
“พี่เจิง... นาน ๆ ทีจะได้เลิกงานเช้าขนาดนี้ เดี๋ยวกลับบ้านหรือจะไปไหนครับ?”
พวกเขาขึ้นรถรับส่งลูกเรือก่อนทีมลูกเรือเสิร์ฟ น้องไช่ทนบรรยากาศเงียบเกินไปไม่ไหว จึงหาเรื่องชวนคุย
หลี่ฝู่เจิงไขว่ห้างอย่างสง่างาม น้ำเสียงทุ้มลึก “ไปรับแหวน”
“อ๋อ... โอ้! แหวนเพชรเม็ดใหญ่ขนาดนั้น พี่สะใภ้ต้องดีใจมากแน่ ๆ!”
หลังเอ่ยประจบเสร็จ น้องไช่ก็ก้มหน้าลง หยิบโทรศัพท์ออกมาเงียบ ๆ ภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ความจริงพิมพ์เร็วเสียจนนิ้วแทบลุกเป็นไฟ...
