เสียวหรงเคยคิดว่าการตามจีบฉือจื้อเป็นเรื่องยาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าแม้แต่ก้าวแรกก็ยังยากลำบากถึงเพียงนี้
ตั้งแต่วันเกิดของหนิงอีสวี่ วันที่เธอรวบรวมความกล้าบอกฉือจื้อว่าอยากจีบเขา ทุกอย่างก็ชะงักงันไปอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีความคืบหน้าเลย
วันนี้...จะส่งข้อความอะไรไปหาเขาดีนะ?
“ดูสิ เมฆก้อนนี้เหมือนเครื่องบินลำเล็ก ๆ ไหม!”
เธอแต่งรูป วาดเส้นน่ารัก ๆ ข้างเมฆที่มีรูปร่างเหมือนเครื่องบิน แล้วกดส่ง
ตอนนี้เสียวหรงเพิ่งลงมาจากหอบังคับการบิน กำลังจะไปกินข้าวที่โรงอาหารในอาคารปฏิบัติงานกับเพื่อนร่วมงาน เธอจ้องประวัติแชต ข้อความล่าสุดยังเป็นข้อความที่เธอส่งไปเมื่อคืน ส่วนฉือจื้อก็ยังไม่ตอบ
เธอเบะปาก ส่งเสียงฮึดฮัดเบา ๆ
ใคร ๆ ก็ว่าผู้หญิงจีบผู้ชายง่ายเหมือนมีผ้าบาง ๆ กั้นอยู่ นี่คงเป็นผ้าทรายขัดเหล็กสินะ?
หลังจากกินข้าวที่โรงอาหารและพักอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ยังไม่ได้รับข้อความตอบกลับ จึงทำได้แค่ปิดโทรศัพท์ไปก่อน
เธอแตะบัตรพนักงานเพื่อเข้าไปในหอบังคับการบิน ก่อนขึ้นประจำตำแหน่งก็สแกนลายนิ้วมือ จากนั้นจึงส่งมอบภารกิจ เบื้องหน้าคือหน้าต่างกระจกใสที่มองเห็นรันเวย์ทั่วทั้งสนามบินได้อย่างชัดเจน
“สายการบินกั๋วหาง 1748 เข้าสู่รันเวย์ A1 ทาง 02L”
“สายการบินจงหนาน 8733 ติดต่อหน่วยบังคับการเข้าใกล้ ความถี่ 124.850 แล้วพบกันใหม่”
“สายการบินซีจ้าง 9806 ลมพื้นทิศ 020 ความเร็ว 3 เมตรต่อวินาที รันเวย์ 20L อนุญาตให้ลงจอด”
ตอนนี้ปริมาณการจราจรทางอากาศอยู่ในระดับพอเหมาะ เครื่องบินขึ้นและลงจอดได้อย่างราบรื่น ในฐานะเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศประจำหอบังคับการบิน เธอจึงมีแรงกดดันน้อยกว่าปกติ
เธอชอบอากาศแจ่มใสลมสงบแบบนี้ที่สุด เพราะเมื่อไรที่เจอพายุฝนฟ้าคะนองหรือมีการควบคุมการจราจรทางอากาศ หน่วยบังคับการเข้าใกล้ก็จะยุ่งกันไม่หยุด ส่วนพวกเธอก็ไม่มีทางได้นั่งว่างเช่นกัน
โดยเฉพาะเวลาที่ลูกเรือทุกเที่ยวบินคอยเร่งรัดซักถามผ่านคลื่นความถี่ แต่ถ้ายังอนุญาตให้ขึ้นบินไม่ได้ก็คือไม่ได้ ต่อให้บ่นกันแค่ไหนก็เปลี่ยนสถานการณ์ไม่ได้อยู่ดี
หลังจากจบการควบคุมรอบนี้ สิ่งแรกที่เสียวหรงทำทันทีที่ลุกออกจากตำแหน่งคือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
