เมื่อได้ยินคำเรียกนั้น หญิงสาวก็รู้ว่าชายคนนี้คือคนโรคจิตที่ส่งข้อความมาก่อกวนเธอทุกวัน
ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มรินรดลงบนซอกคออันบอบบางของหญิงสาว ทำให้เธอสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ฟู่เหยียนหัวเราะเสียงต่ำ
เมื่อหญิงสาวได้สติ เธอก็เริ่มดิ้นหนี ทว่าข้อมือเรียวบางกลับถูกชายหนุ่มจับเอาไว้แน่น สำหรับฟู่เหยียนแล้ว แรงต่อต้านเพียงน้อยนิดนั้นกลับเหมือนเธอกำลังออดอ้อน
ความมืดทำให้สายตาของเวินเนี่ยนพร่ามัว ความหวาดกลัวในใจขยายใหญ่ขึ้นไม่หยุด เธอกัดริมฝีปากล่างโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงเจือสะอื้น “...คะ...คุณปล่อยฉันไปได้ไหม?”
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่เหยียนแตะต้องหญิงสาว และเป็นครั้งแรกที่เขาได้อยู่ใกล้เธอถึงเพียงนี้
กลิ่นหอมจากร่างของสาวน้อยอบอวลอยู่ตรงปลายจมูก เขาจึงก้มหน้าซุกลงตรงซอกคอของเธอโดยไม่รู้ตัว แล้วสูดกลิ่นหอมเบา ๆ
ฝ่ามือใหญ่และอุ่นร้อนวางลงบนเอวของหญิงสาว ร่างเล็กจ้อยของเธอทำให้เขาโอบเข้ามาในอ้อมแขนได้อย่างง่ายดาย
ฟู่เหยียนลดเสียงลง แววขบขันเจืออยู่ในน้ำเสียง “ห้ามออดอ้อนนะ บอกว่าจะจูบแค่ครั้งเดียว ก็ต้องแค่ครั้งเดียว”
ยังไม่ทันแต่งงานก็คิดจะใช้ออดอ้อนมาควบคุมเขาเสียแล้ว ถ้าครั้งนี้ยอมตามใจเธอ ต่อไปเขาคงถูกเธอจับไว้เสียอยู่หมัดแน่
เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวโมโหจนมึนงงไปกับความหน้าด้านของชายหนุ่ม ร่างกายสั่นน้อย ๆ อย่างควบคุมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวหรือโกรธกันแน่
“รีบปล่อยฉันนะ! ฉันไม่รู้จักคุณจริง ๆ ฉันจะกลับแล้ว ข้างนอกมีเพื่อนร่วมชั้นของฉันอยู่ ถ้าคุณยังไม่ปล่อย ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับคุณ!” สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้เวินเนี่ยนกล้าขึ้นเล็กน้อย เธอข่มความหวาดกลัวในใจไว้ ทว่าน้ำเสียงที่สั่นเครือก็ยังเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
