เจียงหลินมองเวินเนี่ยนอย่างฉงน ผู้หญิงคนนี้จะใจดีขนาดนั้นเชียวหรือ?
ไม่นานคำพูดของเจียงจาวเหยี่ยกับลู่เยี่ยนก็ทำให้เจียงหลินหายสงสัย
“คุณจะไปเป็นเพื่อนเธอทำไม? ไม่ใช่ว่ายังมีลู่เยี่ยนอยู่หรือไง?” เจียงจาวเหยี่ยบีบแก้มเวินเนี่ยนเบา ๆ น้ำเสียงฟังดูอ่อนใจ
ลู่เยี่ยนได้ยินดังนั้นก็เหลือบมองเจียงจาวเหยี่ย
“ในเมื่อเจียงหลินไม่สบาย ก็ให้พักอยู่ที่โรงแรมคนเดียวเถอะ” ลู่เยี่ยนตัดสินใจเด็ดขาด กำหนดสถานที่ที่เจียงหลินจะไปได้ในช่วงสองสามวันนี้เรียบร้อย
สีหน้าเจียงหลินร้อนรน จุดประสงค์ที่เธอมาครั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับลู่เยี่ยน เธอไม่เชื่อว่าลู่เยี่ยนจะไม่มีความรู้สึกให้เธอเลย
“พี่เยี่ยน หนูไม่อยากอยู่ที่โรงแรมคนเดียว”
เจียงหลินมีใบหน้าหวาน เธอรู้จักใช้ข้อได้เปรียบของตัวเองเป็นอย่างดี จึงมองลู่เยี่ยนด้วยสายตาน่าสงสาร
ลู่เยี่ยนไม่ได้ตอบอะไรเจียงหลิน เวินเนี่ยนจึงเอ่ยขึ้นในตอนนั้น
“หลินหลิน แต่เธอไม่สบายนี่นา ถ้าเกิดเป็นลมขึ้นมา พี่ชายเธอก็คงเป็นห่วงแย่”
“เธอไหวจริง ๆ เหรอ?” เวินเนี่ยนขมวดคิ้วน้อย ๆ กัดริมฝีปากเบา ๆ สีหน้าฉายแววกังวลอยู่หลายส่วน
เจียงหลินแทบเกลียดผู้หญิงอย่างเวินเนี่ยนจนเข้ากระดูก เธอไปทำอะไรให้เวินเนี่ยนหรือไง?
ทำไมถึงคอยจ้องเล่นงานเธอไม่เลิก!
ตอนนี้เจียงหลินรู้จุดประสงค์ของเวินเนี่ยนแล้ว ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากต้องการกักเธอไว้ในโรงแรม
แต่เวินเนี่ยนจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?
เจียงหลินมองออกอย่างชัดเจน แต่เจียงจาวเหยี่ยกลับมองไม่ออก
เขาส่งเสียงจิ๊อย่างรำคาญ
“เจียงหลิน เธอจะก่อเรื่องไปถึงไหน? นี่เป็นเดตของฉันกับพี่สะใภ้ พาเธอมาด้วยก็เกินจำเป็นอยู่แล้ว”
“ถ้ายังก่อเรื่องอีกก็กลับไปเลย”
เหตุผลที่เจียงจาวเหยี่ยกล้าทำเหมือนไม่เห็นเจียงหลินอยู่ในสายตา อย่างแรกคือหุ้นที่เธอถืออยู่ถูกขายไปจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือไว้ให้ตัวเองแม้แต่น้อย
