เขาพยายามทำให้ตนดูเหมือนชายชราธรรมดาให้มากที่สุด
ทว่าทุกย่างก้าวที่เหยียบลง แม้ดูแผ่วเบา แผ่นหินเขียวใต้ฝ่าเท้ากลับส่งเสียงอู้อี้ราวกับรับน้ำหนักไม่ไหว
พลังหนักหน่วงเกินไป จนไม่อาจควบคุมได้
เขาเดินผ่านตรอกไท่ผิงมาถึงถนนสายหลัก
ร้านรวงริมถนนส่วนใหญ่ปิดประตู มีคนเดินผ่านอยู่เพียงประปราย แต่ละคนล้วนเร่งรีบ ก้มหน้า ไม่กล้าหันมองรอบด้าน
มือปราบกลุ่มหนึ่งเหน็บดาบไว้ที่เอว สีหน้าเคร่งขรึม เดินตรวจตราผ่านหัวมุมถนน
เห็นได้ชัดว่าศึกสะท้านฟ้าระหว่างแก๊งหมาป่าสวรรค์กับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬเมื่อคืน ทำให้เมืองผิงหยางทั้งเมืองตกอยู่ในความหวาดผวา
ทางการเองก็เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
หลี่ชิงซานเดินเงียบ ๆ อยู่ริมถนน สายตากวาดมองรอบด้านอย่างสงบนิ่ง
ขณะที่กำลังจะเลี้ยวผ่านหัวมุมถนนแห่งหนึ่ง
“พี่หลี่!”
เสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้าง แผ่วต่ำจนแทบไม่ได้ยิน
หลี่ชิงซานหยุดฝีเท้าแล้วหันไป
ใต้ชายคาร้านน้ำชาตรงหัวมุมถนน มีชายร่างผอมแห้งในเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบยืนอยู่
เฉินเหยียน
ใต้ตาของเขาคล้ำเป็นวง มือประคองถ้วยชากระเบื้องเนื้อหยาบ กำลังจะยกขึ้นดื่ม
ทันทีที่เขาหันมา สายตาประสานกับหลี่ชิงซาน
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพลันถาโถมเข้ามา ราวกับจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียด!
“เคร้ง!”
ถ้วยชาในมือเฉินเหยียนร่วงลงพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
น้ำชาร้อนลวกกระเซ็นใส่รองเท้าผ้าของเขา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกแม้แต่น้อย
เฉินเหยียนยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่
รูม่านตาหดเล็กลงอย่างรุนแรง
ลมหายใจของเขาหยุดชะงักไปในชั่วขณะนั้น!
ในสายตาของเฉินเหยียน
คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ชายชราที่ควักเงินหนึ่งตำลึงซื้อภรรยาซึ่งเป็นผู้ลี้ภัย ทั้งยังต้องพึ่งเขาช่วยใช้เส้นสายหางานให้
