ไม่เพียงเหล่าสมุนรอบข้างเท่านั้นที่ตกตะลึง
จางหลงและจ้าวเป้าที่นอนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้นยิ่งตกตะลึงจนพูดไม่ออก!
นอกจากความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับร่างจะแหลกสลาย
ดวงตาของพวกเขายังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตื่นตะลึงที่ไม่อาจปกปิด
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?
ทั้งสองล้วนเป็นยอดฝีมือที่ก้าวเข้าสู่ขั้นอั้นจิ้งมาหลายปี ความรู้สึกต่อพลังนั้นเฉียบคมถึงขีดสุด
ชั่วขณะที่ปะทะกันเมื่อครู่ พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนยิ่ง
บุรุษชุดดำตรงหน้าไม่มีความผันผวนของขั้นอั้นจิ้งแม้แต่น้อย!
มีเพียงขั้นหมิงจิ้งเท่านั้น!
ขั้นหมิงจิ้งล้วน ๆ!
แต่
เหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้???
พลังสายนั้นหนักอึ้งประหนึ่งก้อนตะกั่วที่จับต้องได้ ทั้งยังกร้าวแกร่งไร้เหตุผล!
พลังขั้นอั้นจิ้งของพวกเขาปะทะเข้าไป ราวกับวัวดินจมลงสู่ทะเล ไม่อาจกระเพื่อมผิวน้ำได้แม้แต่น้อย ก่อนถูกแรงประหลาดอันบ้าคลั่งนั้นทำลายจนสิ้น!
เมื่อนึกถึงการโจมตีของหลี่ชิงซานเมื่อครู่
จางหลงกับจ้าวเป้าแทบอยากควักไส้ตัวเองออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
หากรู้แต่แรก...
พวกเขาดันเลือกออมมือเมื่อครู่นี้!
เพื่อจับเป็นไว้เค้นถามข่าวสาร
พวกเขายังไม่ได้ออกแรงเต็มกำลัง แถมจงใจลดพลังลงไปสามส่วน!
นี่มันส่งตัวเองไปตายชัด ๆ!
“ข้ามันโง่เง่าสิ้นดี!”
จางหลงกระอักเลือดพลางกรีดร้องอย่างสิ้นหวังในใจ
หากทุ่มสุดกำลัง หากลงมือสังหารตั้งแต่แรกและเร่งเร้าพลังขั้นอั้นจิ้งจนถึงขีดสุด
บางที...บางทีอาจยังพอสู้จนบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายได้!
แต่ตอนนี้
สายไปแล้ว
แขนทั้งสองข้างพิการ เส้นลมปราณขาดสะบั้น
พวกเขาไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน
ในยามนี้
หลี่ชิงซานที่ยืนอยู่กับที่ก็ตกตะลึงเช่นกัน
เขายังคงค้างอยู่ในท่าออกหมัด
